การปฏิวัติครั้งใหม่ของโซเชียลมีเดีย: นักการตลาดเลือกใช้ AI ทำ วิดีโอสั้นและรูปภาพ

การสำรวจล่าสุดจาก HubSpot เผยให้เห็นแนวโน้มการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้างเนื้อหาโซเชียลมีเดียที่กำลังเปลี่ยนแปลงวงการการตลาดดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญ จากการสำรวจนักการตลาดกว่า 1,100 คนทั่วโลก พบว่าวิดีโอสั้นและรูปภาพกลายเป็นรูปแบบเนื้อหาหลักที่ได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยี AI มากที่สุด

การศึกษานี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวิธีการทำงานของนักการตลาดยุคใหม่ ที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคของการสร้างเนื้อหาด้วยความช่วยเหลือจากปัญญาประดิษฐ์ ในขณะที่อุตสาหกรรมโซเชียลมีเดียเติบโตอย่างต่อเนื่องและการแข่งขันเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้น

วิดีโอสั้นครองอันดับหนึ่ง รูปภาพตามมาใกล้เคียง

ผลการสำรวจระบุชัดเจนว่านักการตลาดหันมาใช้ AI ในการสร้างวิดีโอสั้นมากที่สุด โดยมีสัดส่วนถึง 55% ของผู้ตอบแบบสำรวจ ตามมาด้วยการสร้างรูปภาพที่ 54% และโพสต์ข้อความที่ 45% ตามลำดับ

ความนิยมของวิดีโอสั้นสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ที่เกิดขึ้นในโลกโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Instagram Reels และ YouTube Shorts ที่มีผู้ใช้นับพันล้านคน การที่นักการตลาดเลือกใช้ AI ในการผลิตเนื้อหาประเภทนี้มากที่สุด แสดงให้เห็นถึงความต้องการในการผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูงในปริมาณมาก เพื่อให้ทันกับความเร็วของการบริโภคเนื้อหาในยุคปัจจุบัน

การที่รูปภาพมาในอันดับสองด้วยสัดส่วนใกล้เคียงกัน แสดงให้เห็นว่าการสร้างเนื้อหาทางภาพยังคงมีความสำคัญสูงในกลยุทธ์โซเชียลมีเดีย เนื่องจากรูปภาพยังคงเป็นรูปแบบเนื้อหาหลักบนแพลตฟอร์มต่างๆ และสามารถสื่อสารข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ: AI เป็นมากกว่าเครื่องมือ

Emily Kearns ผู้จัดการอาวุโสด้านโซเชียลมีเดียของ HubSpot ให้ความเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับบทบาทของ AI ในการทำงาน “AI กลายเป็นเครื่องมือที่มีค่าอย่างมากสำหรับการสร้างคอนเทนต์ในโซเชียล มันช่วยให้เรามีประสิทธิภาพมากขึ้นและคิดในมุมมองที่เราอาจมองข้ามไป เราใช้มันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การบรีฟ การระดมความคิด ไปจนถึงการดำเนินการและการตรวจสอบ”

คำกล่าวของ Kearns สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวิธีการทำงานของทีมการตลาด ที่ไม่ได้ใช้ AI เพียงแค่เป็นเครื่องมือสำหรับงานเฉพาะ แต่ได้นำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานทั้งหมด ตั้งแต่การวางแผนไปจนถึงการประเมินผล

เธอเสริมต่อว่า “AI ช่วยให้เราสร้างเนื้อหาได้เร็วขึ้นและในปริมาณที่มากขึ้น และยังช่วยให้เราเข้าใจล่วงหน้าว่าเนื้อหาของเราจะตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมายต่างๆ อย่างไร” ซึ่งชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ในการช่วยทำนายประสิทธิภาพของเนื้อหา ทำให้นักการตลาดสามารถปรับกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

การรวมตัวของ AI เข้าสู่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

ปัจจุบัน เครื่องมือ AI ได้ถูกรวมเข้าไปในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเกือบทุกแห่งแล้ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเครื่องมือสร้างคำบรรยายบน LinkedIn ที่ผู้ใช้สามารถคลิก “Rewrite with AI” เพื่อเปลี่ยนข้อความธรรมดาให้เป็นเนื้อหาที่น่าสนใจและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงทิศทางของอุตสาหกรรมที่กำลังมุ่งหน้าสู่การทำให้ AI เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การใช้งานปกติ แทนที่จะเป็นเครื่องมือเสริมที่ต้องหาใช้จากภายนอก นี่หมายความว่าผู้ใช้ทั่วไปจะสามารถเข้าถึงความสามารถของ AI ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องมีความรู้ทางเทคนิคเฉพาะ

การปรับแต่งเนื้อหาเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว

หึ่งในจุดเด่นที่สำคัญของการใช้ AI ในโซเชียลมีเดียคือความสามารถในการสร้างเนื้อหาที่ปรับแต่งตามกลุ่มเป้าหมายได้อย่างละเอียด ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจและให้ความสำคัญกับพวกเขาอย่างแท้จริง

ในอดีต การสร้างเนื้อหาที่มีความเป็นส่วนตัวสูงต้องใช้ทรัพยากรมนุษย์จำนวนมาก ในต้นยุค 2000 แบรนด์หลายแห่งลงทุนเป็นล้านบาทเพื่อสร้างห้องฟังเสียงในโซเชียลมีเดีย ซึ่งต้องจ้างผู้จัดการโซเชียลเพื่อค้นหาและมีส่วนร่วมกับสนทนาที่เกิดขึ้นออนไลน์

ปัจจุบัน ด้วยความช่วยเหลือของ AI แบรนด์สามารถทำสิ่งนี้ในระดับมวลชนด้วยทีมงานเพียงไม่กี่คน พร้อมทั้งยังคงรักษาคุณภาพของการมีส่วนร่วมกับผู้รับสาร การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุน แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ

การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI: ประหยัดเวลา เพิ่มความแม่นยำ

การใช้ AI สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยช่วยให้นักการตลาดมั่นใจได้ว่าข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับนั้นถูกต้องและสามารถนำไปใช้ได้จริง ขณะเดียวกันก็ช่วยประหยัดเวลาจากงานที่ต้องป้อนข้อมูลด้วยตนเอง การค้นหาในสเปรดชีต หรือการวิเคราะห์ความคิดเห็นและรีวิวต่างๆ

Erin McCool หัวหน้าฝ่ายการตลาดด้านรายงานและข้อมูลเชิงลึกของ HubSpot อธิบายว่า “AI กลายเป็นตัวช่วยประหยัดเวลาสำหรับงานวิเคราะห์ที่น่าเบื่อ ถ้าฉันติดอยู่กับสูตรใน Sheets ฉันสามารถอธิบายสิ่งที่ต้องการเป็นคำธรรมดา แล้วหาทางแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ฉันมีเวลามากขึ้นในการวิเคราะห์ข้อมูลจริง”

ตัวอย่างการใช้งานจริง: การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ LinkedIn

เพื่อให้เข้าใจการประยุกต์ใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้ชัดเจนขึ้น มีตัวอย่างการใช้งานที่น่าสนใจคือการวิเคราะห์ประสิทธิภาพเนื้อหาบน LinkedIn

กระบวนการเริ่มต้นจากการไปที่การตั้งค่าบน LinkedIn เลือก “Data Privacy” แล้วดาวน์โหลดข้อมูล “Articles” จากนั้นอัปโหลดไฟล์ CSV ไปยัง AI chatbot และสั่งให้วิเคราะห์ เช่น “วิเคราะห์ไฟล์นี้เพื่อแสดงหัวข้อ รูปแบบโพสต์ คำสำคัญที่ได้รับความสนใจมากที่สุด และแนะนำวิธีปรับปรุงตามแนวโน้มเหล่านี้”

โดยปกติ การวิเคราะห์ด้วย AI จะใช้เวลาน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับการทำด้วยมือ อย่างไรก็ตาม McCool เตือนให้ระวังว่า “AI สามารถมองเห็นแนวโน้มได้อย่างรวดเร็ว แต่ฉันมองว่ามันเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุด การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลหรือแนวโน้มที่ AI ชี้ให้เห็นเป็นสิ่งสำคัญมากก่อนที่จะพึ่งพามันในการรายงานหรือการตัดสินใจ”

การบริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงด้วย AI

ด้านการบริการลูกค้า AI กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ผ่านแชทบอทที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งกำลังเปลี่ยนวิธีการที่แบรนด์มีส่วนร่วมบน Facebook และแพลตฟอร์ม Meta อื่นๆ โดยให้การสนับสนุนทันทีตลอดเวลาผ่านการส่งข้อความโดยตรง

การฝึกฝนบอทเหล่านี้ด้วยข้อมูลลูกค้าในอดีตและคำถามที่พบบ่อย ทำให้สามารถให้คำตอบที่ฉลาดและรวดเร็วได้ตลอดเวลาที่ลูกค้าต้องการความช่วยเหลือ สิ่งนี้เปรียบเสมือนการมีทีมบริการลูกค้าที่ไม่เคยหยุดทำงาน

ข้อดีของระบบนี้ไม่ได้อยู่แค่ในเรื่องของเวลาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสม่ำเสมอในการให้บริการ การลดข้อผิดพลาดจากความเหนื่อยล้าของมนุษย์ และความสามารถในการจัดการกับลูกค้าหลายคนพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การปฏิวัติโฆษณาโซเชียลมีเดียด้วย AI

ในด้านการโฆษณา แม้ว่าเครือข่ายโฆษณาส่วนใหญ่จะใช้ AI ในการจัดการระบบประมูลมานานแล้ว แต่ปัจจุบันด้วยเครื่องมือ AI ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แบรนด์สามารถสร้างแคมเปญโฆษณาที่มีคุณภาพและน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิม

แบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้ในหลายรูปแบบ อาทิ การใช้เครื่องมือสร้างภาพอย่าง Midjourney และ DALL-E สำหรับการสร้างภาพโฆษณาที่มีเอกลักษณ์ การใช้ AI ในการเขียนข้อความโฆษณาบนโซเชียลมีเดียให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการใช้ AI ช่วยสนับสนุนกลยุทธ์การประมูลให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

พลังของ AI และโซเชียลมีเดียยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้จำกัดอยู่แค่เนื้อหาแบบออร์แกนิกเท่านั้น โฆษณาแบบจ่ายเงินบนโซเชียลก็ได้รับผลกระทบจาก AI เช่นกัน ทำให้นักการตลาดสามารถสร้างแคมเปญที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง

เครื่องมือ AI ยอดนิยมในหมู่นักการตลาด

เมื่อสำรวจเกี่ยวกับเครื่องมือ AI ที่นักการตลาดใช้สร้างเนื้อหาโซเชียลมากที่สุด ผลการสำรวจพบว่าเครื่องมือสามอันดับแรกคือ:

เครื่องมือ AI สำหรับสร้างภาพ เช่น DALL-E และ MidJourney ได้รับความนิยมสูงสุดด้วยสัดส่วน 53% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในการสร้างเนื้อหาทางภาพที่มีความหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์

แชทบอท AI อย่าง ChatGPT และ Claude ตามมาในอันดับสองด้วยสัดส่วน 51% แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างเนื้อหาแบบข้อความและการสนทนาเชิงโต้ตอบ

ผู้ช่วย AI เช่น Microsoft Co-Pilot และ Google Duet อยู่ในอันดับสามด้วย 49% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยอมรับในเครื่องมือที่รวมเข้ากับแพลตฟอร์มการทำงานที่นักการตลาดใช้อยู่แล้ว

ทิศทางอนาคตของ AI ในโซเชียลมีเดีย

จากข้อมูลการสำรวจนี้ สามารถคาดการณ์ได้ว่าการใช้ AI ในโซเชียลมีเดียจะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในด้านการสร้างเนื้อหาที่มีความหลากหลายและปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้รับสาร

การที่วิดีโอสั้นและรูปภาพเป็นรูปแบบเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุนจาก AI มากที่สุด ชี้ให้เห็นถึงทิศทางของการบริโภคเนื้อหาในอนาคตที่จะมุ่งเน้นไปที่ความรวดเร็ว ความน่าสนใจทางสายตา และความสามารถในการสื่อสารข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับธุรกิจและนักการตลาด การปรับตัวเข้าสู่ยุค AI ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลือก แต่กลายเป็นความจำเป็นเพื่อการอยู่รอดและการเติบโตในตลาดที่มีการแข่งขันสูง การลงทุนในการเรียนรู้และการนำเครื่องมือ AI มาใช้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสำเร็จในอนาคต

การสำรวจของ HubSpot นี้ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ปัจจุบันของการใช้ AI ในโซเชียลมีเดีย แต่ยังเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการตลาดดิจิทัล ซึ่งจะส่งผลต่อวิธีการที่แบรนด์และผู้บริโภคมีปฏิสัมพันธ์กันในอนาคต