ศพหญิงถูกมัดถ่วงน้ำลอยคลองชลประทานนครปฐม ตำรวจเร่งล่าฆาตกรคดีสะเทือนขวัญวันลอยกระทง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ในช่วงเช้าตรู่ เวลาประมาณ 06.20 น. เมื่อนายพรชัย สร้อยทอง ชายวัย 46 ปี เดินทางมาตรวจสอบเครื่องสูบน้ำบริเวณด้านหลังสถานีตำรวจภูธรบางเลน ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลบางเลน อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ด้วยความที่เป็นงานประจำวันของเขา นายพรชัยไม่คิดว่าจะพบกับสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวในเช้าวันนั้น ขณะที่เขาเดินมาถึงบริเวณริมคลองชลประทาน สายตาของเขาก็จับไปที่สิ่งผิดปกติกลางสายน้ำ มีวัตถุสีเข้มลอยอืดอยู่กลางคลอง เมื่อแรกเห็นนายพรชัยยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร แต่เมื่อเข้าไปใกล้มากขึ้นก็ทำให้เขาต้องสะดุ้งเสียจนถอยหลังไปสองสามก้าว สิ่งที่เขาเห็นนั้นไม่ใช่กอไม้หรือขยะตามที่คาดไว้ แต่เป็นศพของหญิงคนหนึ่งที่ลอยคว่ำหน้าอยู่ท่ามกลางสายน้ำ สภาพของศพเริ่มเน่าเปื่อยและขึ้นอืดจนส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งออกมา นายพรชัยรีบวิ่งออกมาจากบริเวณนั้นทันทีและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยด่วน การแจ้งเหตุครั้งนี้ได้รับการติดต่อไปยังร้อยตำรวจโทธนัช คำมา รองสารวัตร(สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรบางเลน ผู้ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ร.ต.ท.ธนัช รับทราบเรื่องและรีบรายงานต่อผู้บังคับบัญชาอย่างพันตำรวจเอกอภิศักดิ์ กำเนิด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางเลน ซึ่งสั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุในทันที พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือ การตรวจสอบที่เกิดเหตุและการพบหลักฐานสำคัญ ภายในเวลาไม่นาน ทีมงานเจ้าหน้าที่ประกอบด้วยชุดสืบสวนจากสถานีตำรวจภูธรบางเลน เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน ภาค 7 และเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม จุดบางเลน ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ บริเวณคลองชลประทานที่มีระดับน้ำเกือบเต็มตลิ่งเนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบบริเวณโดยรอบก่อนที่จะดำเนินการกู้ศพขึ้นมาจากน้ำ จากการสังเกตเบื้องต้นในขณะที่ศพยังลอยอยู่ในน้ำ เจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้ตายเป็นหญิงสวมเสื้อแขนกุดลายลูกไม้สีน้ำตาล และกางเกงขาสั้นสีดำ … Read more

รวบเครือข่ายค้าอาวุธออนไลน์ ยึดปืน-กระสุนกองโต พบโพสต์โชว์ในกลุ่มไลน์ซื้อขาย

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (สอท.) ได้ดำเนินการจับกุมเครือข่ายค้าอาวุธปืนผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังจากติดตามพฤติกรรมการกระทำความผิดทางออนไลน์ โดยพบการโพสต์รูปอาวุธปืนและกระสุนปืนในกลุ่มไลน์ซื้อขายอาวุธปืน และอุปกรณ์ตกแต่งอาวุธปืนอย่างเปิดเผย ซึ่งการดำเนินคดีครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามการค้าอาวุธผิดกฎหมายที่มีการขยายตัวผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศ คำสั่งจากผู้บัญชาการสูงสุด เน้นปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย พลตำรวจเอก ทรงศักดิ์ สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้สั่งการให้ พลตำรวจตรี ศิลา กาญจน์รักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พันตำรวจเอก ธีระ เชื้อสุวรรณ ผู้กำกับการกองบังคับการ 4 บก.สอท.5 พันตำรวจโท คมสัน สมอ่อน สารวัตรกองกำกับการ 4 บก.สอท.5 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.5 เข้าดำเนินการตามหมายค้นที่ได้รับอนุมัติจากศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเข้าตรวจค้นในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีทั้งหมด 5 เป้าหมาย การสั่งการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางในการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการค้าอาวุธผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของสังคมในวงกว้าง การดำเนินคดีในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสกัดกั้นเครือข่ายอาวุธปืนผิดกฎหมายไม่ให้แพร่กระจายไปสู่กลุ่มอาชญากรหรือผู้มีเจตนาร้าย บุกค้น 5 จุด รวบผู้ต้องหา 3 ราย จากการดำเนินการตามหมายค้นในทั้ง 5 เป้าหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย … Read more

รวบคนร้ายบุกชิงทอง 5 บาท อ้างเงินเดือนไม่พอใช้ ตำรวจเชื่อเกี่ยวพันหนี้พนันออนไลน์

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 15.00 น. เกิดเหตุการณ์ชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำอย่างชัดเจนที่ “ห้างทองซินหงีฟู 2” ซึ่งตั้งอยู่บนถนนวัดโขดหิน-เขาไผ่ ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง โดยคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์บุกเข้ามาคนเดียวและจี้ชิงสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท จากร้านทองดังกล่าวก่อนขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางวัน ณ ร้านทองที่ตั้งอยู่ในชุมชนเมืองระยอง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนสัญจรไปมาค่อนข้างหนาแน่น แต่คนร้ายกลับมีความกล้าที่จะลงมือก่อเหตุโดยไม่เกรงกลัวต่อสายตาผู้คนหรือกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ทั่วบริเวณ การกระทำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความหมดหนทางหรืออาจมีแรงจูงใจที่ทำให้คนร้ายต้องเสี่ยงภัยในการลงมือก่อเหตุครั้งนี้ การเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรมาบตาพุด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งภายในร้านทองและบริเวณเส้นทางที่คนร้ายใช้ในการหลบหนี การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสามารถติดตามเบาะแสและวิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยและเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในการจับกุมคนร้ายในเวลาต่อมา จับกุมผู้ต้องหาได้สำเร็จภายใน 2 ชั่วโมง เวลาประมาณ 17.00 น. ของวันเดียวกัน หรือเพียง 2 ชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุ พันตำรวจโท สัญบัตร ยอดดำเนิน รองผู้กำกับการฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจภูธรมาบตาพุด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้สำเร็จ โดยระบุตัวผู้ต้องหาชื่อนายเจริญ อายุ 31 ปี … Read more

“เล็ก ฝันเด่น” พิสูจน์ความรักชาติด้วยจิตอาสา เดินหน้าบริการประชาชนจนหมดลมหายใจ

ท่ามกลางบรรยากาศของความรักและความภักดีที่ทวีคูณในหัวใจของคนไทยทั่วทั้งแผ่นดิน ณ บริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรที่มาร่วมแสดงความจงรักภักดีในการส่งเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีอีกหนึ่งร่างกายที่พร้อมจะทุ่มเทแรงกายและแรงใจเพื่อดูแลประชาชนในฐานะจิตอาสา นั่นคือ “เล็ก ฝันเด่น จรรยาธนากร” นักร้องยุค 90 ที่หลายคนอาจจำได้จากเพลงฮิตในอดีต แต่วันนี้เขาได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการเป็นจิตอาสาที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จิตอาสาผู้ไม่หวั่นไหวต่อคำวิจารณ์ เล็ก ฝันเด่น ได้เปิดใจถึงบทบาทของตนในฐานะจิตอาสาในกลุ่ม “อาสาสมัครใจถึงใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ที่มาร่วมกันแจกน้ำดื่ม ขนม และให้การดูแลเบื้องต้นแก่ประชาชนที่มาร่วมพิธีในครั้งนี้ โดยเขาเล่าว่าความดีใจที่เห็นคนไทยมารวมตัวรวมใจกันได้ในครั้งนี้นั้นทำให้รู้สึกถึงพลังแห่งความสามัคคี แม้ว่าในชีวิตประจำวันสังคมไทยอาจจะมีการรบราหรือความขัดแย้งกันอยู่บ้าง แต่เมื่อถึงเวลาที่มีเหตุการณ์สำคัญที่กระทบกระเทือนจิตใจของส่วนรวมแล้ว คนไทยจะกลับมารวมตัวกันได้เสมอ ในฐานะที่เคยเป็นจิตอาสาตั้งแต่ช่วงพระราชพิธีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อ 9 ปีที่แล้ว เล็ก ฝันเด่น มีประสบการณ์และความเข้าใจเป็นอย่างดีว่าในบริบทของการจัดงานพระราชพิธีนั้น ในฐานะจิตอาสาจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้สามารถเข้าถึงตัวประชาชนได้อย่างฉับไวและรวดเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการแจกน้ำดื่ม ขนม หรือการให้การดูแลทางการแพทย์เบื้องต้นเมื่อมีผู้สูงอายุป่วยหรือเป็นลม เขาได้นำประสบการณ์เหล่านั้นมาใช้ในการวางแผนและเตรียมการในครั้งนี้ เริ่มต้นภารกิจตั้งแต่วันแรก กลุ่มจิตอาสาของเล็ก ฝันเด่น เริ่มรับทราบข่าวตั้งแต่เช้าตรู่ของวันก่อนหน้า และได้รวมตัวกันประชุมวางแผนทันทีว่าจะทำอย่างไรเพื่อดูแลประชาชนของพระองค์ท่านให้ดีที่สุด โดยเมื่อวันเดียวกันนั้นเวลาบ่ายสองโมง กลุ่มจิตอาสาได้ไปแจกน้ำและขนมนมเนยที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์จนถึงเกือบสามทุ่ม หลังจากนั้นก็ได้ดำเนินการสรรหาน้ำดื่มและเสบียงต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันต่อมา ในส่วนของการจัดหาสถานที่และการเตรียมการนั้น เล็ก ฝันเด่น ได้ประสานงานกับทางกองทัพภาคที่ 1 ซึ่งเคยร่วมปฏิบัติภารกิจด้วยกันที่ชายแดนอรัญประเทศ … Read more

ฮือฮาทั้งอำเภอ! สาววิเชียรบุรีเจอไข่มุกขนาดใหญ่ในหอยแมลงภู่ ชาวเน็ตแห่แนะราคาแสนสูง พร้อมเปิดขายถ้ามีราคาเหมาะสม

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 นางสาวเพ็ญนภา พรมศรี อายุ 33 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 6 ตำบลซับน้อย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เล่าเรื่องราวความโชคดีของตนให้กับสื่อมวลชนฟัง โดยระบุว่าในวันเกิดเหตุ เธอรู้สึกอยากรับประทานหอยแมลงภู่ จึงได้เดินทางไปยังตลาดนัดที่ตำบลวังพิกุล อำเภอบึงสามพัน เพื่อซื้อหอยแมลงภู่สดมากลับบ้าน “ตอนนั้นอยากกินหอยแมลงภู่มากค่ะ เลยไปซื้อมา 2 กิโลกรัมเลย คิดว่าจะต้มกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ด ราคาก็ไม่แพง ซื้อมาปกติเหมือนทุกครั้ง ไม่ได้คิดอะไรมากหรอกค่ะ” นางสาวเพ็ญนภา เล่าถึงช่วงเริ่มต้นของเหตุการณ์ เมื่อนำหอยแมลงภู่ที่ซื้อมากลับถึงบ้าน เธอได้นำไปต้มเป็นอาหารรับประทานพร้อมน้ำจิ้มตามสูตรที่ชื่นชอบ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปริมาณหอยที่ซื้อมามีจำนวนมาก ทำให้รับประทานไม่หมด จึงเหลือหอยอยู่ประมาณ 10 ตัว แต่เพื่อไม่ให้เสียดายอาหาร เธอจึงตัดสินใจรับประทานหอยที่เหลือให้หมดไป ช่วงเวลาแห่งการค้นพบที่น่าตื่นเต้น ขณะที่กำลังเคี้ยวหอยแมลงภู่ตัวสุดท้าย นางสาวเพ็ญนภาสังเกตเห็นความผิดปกติในปากของตน “รู้สึกว่ามีอะไรแข็งๆ เคี้ยวไม่ได้ค่ะ ตอนแรกนึกว่าเป็นหินหรือทรายที่ติดมากับหอย กำลังจะคายทิ้ง แต่พอดูดีๆ เห็นมันเป็นเม็ดกลมๆ สีขาวสวยงาม เลยรีบเอาออกมาดู” เธอเล่าถึงช่วงเวลาแห่งการค้นพบ หลังจากนำวัตถุแปลกปลอมออกจากปาก … Read more

อนาถ! รวบแม่ลูกอ่อนวัย 32 ปี ค้ายาบ้าในพื้นที่ ผู้ใหญ่บ้านสุดสงสารใช้เงินตัวเอง 5,000 บาท ยื่นประกันตัวผู้ต้องหาให้ได้กลับมาเลี้ยงลูก

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 เหตุการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นในพื้นที่หมู่บ้านบางหมัก หมู่ 7 ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เมื่อผู้ใหญ่บ้านท้องถิ่นได้แสดงความเมตตาธรรมที่หาได้ยากในยุคปัจจุบัน โดยการช่วยเหลือผู้กระทำผิดคดีค้ายาเสพติดที่อยู่ในสภาพยากลำบาก กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาสังคม ที่ผู้กระทำผิดบางรายอาจไม่ได้เป็นอาชญากรตัวฉกาจ แต่เป็นผู้ที่ตกอยู่ในสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยากลำบาก จนต้องหันไปพึ่งพาทางเลือกที่ผิดกฎหมาย เบื้องหลังการจับกุม: ผู้ใหญ่บ้านลงมือปราบยาเสพติดในพื้นที่ นายเกรียงไกร ทองสม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 บ้านบางหมัก ได้ทำหน้าที่ของตนอย่างจริงจังในการดูแลความปลอดภัยและความสงบสุขของชุมชน โดยได้ร่วมมือกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านติดตามพฤติกรรมที่น่าสงสัยของบุคคลในพื้นที่ที่อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากการเฝ้าสังเกตและติดตามข้อมูล พบว่านางเอ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดในพื้นที่ เมื่อมีหลักฐานและข้อมูลเพียงพอ นายเกรียงไกรจึงได้ดำเนินการจับกุมตัวผู้ต้องหา โดยได้ของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 2 เม็ด พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ใช้ในการเสพยาเสพติด ซึ่งถือเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างแน่นอน หลังจากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งให้กับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอตะกั่วทุ่งเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของผู้นำชุมชนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่กำลังระบาดในพื้นที่ชนบทของประเทศไทย โดยไม่ได้มองข้าม แม้ว่าจำนวนยาเสพติดที่พบจะไม่มากนัก แต่ก็เป็นการป้องกันไม่ให้ปัญหาขยายวงกว้างขึ้นในอนาคต ความจริงที่สะเทือนใจ: ชีวิตของแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ยากลำบาก อย่างไรก็ตาม เมื่อนายเกรียงไกรได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากผู้ต้องหา ก็พบกับความจริงที่ทำให้เขาต้องหยุดคิดและตัดสินใจที่แตกต่างจากการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด นางเอ ผู้ต้องหาในคดีนี้ ไม่ได้เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ตามที่อาจคิดกัน แต่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีภาระต้องเลี้ยงดูลูกทั้ง 2 คน … Read more

(ดูคลิป) สาวโคราชผงะ! ผู้เช่าทำบ้านพังยับ-ขยะเน่ากองโต ตู้เย็นกลายเป็นรังหนอน – เช่ามา 1 ปีไม่เคยเอาขยะไปทิ้ง สุดท้ายค้างค่าเช่าเผ่นหนี

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพที่น่าตกใจลงในโลกโซเชียลมีเดีย เพื่อเป็นการเตือนสติและสร้างความระมัดระวังให้แก่เจ้าของบ้านเช่าทั่วประเทศ โดยภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเสียหายครั้งใหญ่ภายในบ้านเช่าของพี่สาวผู้โพสต์ ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการบ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ตำบลจอหอ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ภาพที่ปรากฏออกมาทำให้ผู้คนที่เห็นต้องตกใจและตั้งคำถามว่า เป็นไปได้อย่างไรที่มีคนสามารถใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความสกปรกขนาดนี้ได้ ภาพเหล่านั้นเต็มไปด้วยขยะเน่าที่กองสูงเป็นภูเขา กระจายไปทุกซอกทุกมุมของบ้าน ส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวลจนใครที่เห็นก็แทบจะอ้วก นอกจากนี้ยังพบร่องรอยของขี้สุนัขที่เรี่ยรายอยู่ทุกห้อง แสดงให้เห็นถึงการละเลยและไม่รับผิดชอบต่อทรัพย์สินของผู้อื่นอย่างชัดเจน https://www.facebook.com/reel/1165252552203873 ประวัติบ้านเช่าและผู้เช่ารายก่อนหน้า บ้านเช่าหลังนี้ในอดีตเคยมีผู้เช่าหลายรายมาพักอาศัยตามลำดับ แต่ไม่เคยมีผู้เช่ารายใดที่จะสร้างปัญหาหรือทำให้บ้านเช่าต้องเสียหายในระดับที่น่าตกใจเช่นนี้มาก่อน ผู้เช่าทุกรายในอดีตล้วนแต่ดูแลรักษาความสะอาดและใช้ทรัพย์สินอย่างถูกต้องเหมาะสม ส่งคืนบ้านในสภาพที่พอใช้ได้หรือดีมาก ทำให้เจ้าของบ้านไม่เคยคิดว่าจะมีวันต้องมาเจอเหตุการณ์ที่เลวร้ายถึงขนาดนี้ รายละเอียดผู้เช่ารายปัจจุบัน ผู้เช่ารายที่สร้างปัญหาครั้งนี้คือ นางสาวบุญชู อายุ 42 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลบ่อเหล็กลอง อำเภอลอง จังหวัดแพร่ เมื่อครั้งที่มาขอเช่าบ้าน นางสาวบุญชูมาเพียงคนเดียว พร้อมกับสุนัข 1 ตัว ท่าทางดูดี มีกิริยาเป็นผู้ใหญ่ พูดจาสุภาพ ทำให้เจ้าของบ้านรู้สึกวางใจและไม่ได้คิดอะไรมากนัก จึงยินดีให้เช่าบ้านโดยไม่ได้ตั้งข้อสงสัยหรือขอหลักประกันมากเกินไป การที่ผู้เช่ารายนี้เป็นผู้หญิงที่มาอยู่คนเดียว ทำให้เจ้าของบ้านคิดว่าน่าจะดูแลบ้านได้ดี เพราะโดยปกติแล้วผู้หญิงมักจะมีความละเอียดและรักความสะอาดมากกว่าผู้ชาย นอกจากนี้การที่มาพร้อมกับสุนัขเพียง 1 ตัว ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าของบ้านเกิดความกังวล เพราะคิดว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีขนาดเล็ก สามารถควบคุมดูแลได้ง่าย แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า การตัดสินใจที่ไว้วางใจโดยไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดนั้น … Read more

รวบหนุ่มขนแผงบิทคอยน์พิรุธ อ้างซื้อมาหลอมทอง ไม่มีหลักฐาน พบมีหมายจับติดตัว 4 คดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สถานีตำรวจนครบาลสายไหม ได้จับกุมชายหนุ่มวัย 32 ปี ขณะขับรถกระบะบรรทุกแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับขุดบิทคอยน์จำนวนมาก ด้วยท่าทางที่น่าสงสัย หลังตรวจสอบพบเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับถึง 4 หมาย ในข้อหาลักทรัพย์และรับของโจร แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่าซื้อมาในราคา 50,000 บาท เพื่อนำไปหลอมสกัดทองคำที่อยู่ในแผงวงจร แต่กลับไม่สามารถแสดงหลักฐานการซื้อขายหรือระบุแหล่งที่มาได้ชัดเจน การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณใกล้ปากซอยเพิ่มสิน 13/1 ถนนเพิ่มสิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 17 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้สังเกตเห็นความผิดปกติของรถกระบะคันดังกล่าว และติดตามจนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ ของกลางที่ตรวจยึดได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นและยึดของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับขุดบิทคอยน์ขนาดเล็ก จำนวน 1 กระสอบ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับขุดบิทคอยน์ขนาดกลาง จำนวน 66 แผ่น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับขุดบิทคอยน์ขนาดใหญ่ จำนวน 13 แผ่น ซึ่งผู้ต้องหาไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน และรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว-ดำ จำนวน 1 คัน ที่ใช้ในการขนส่งของกลางดังกล่าว เหตุการณ์ก่อนการจับกุม … Read more

รวบ “เซียนพระกำมะลอ” ฉกพระเครื่องล้ำค่าจากอดีตทหารเรือวัย 95 ปี มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมนายวรกาญจน์ อายุ 30 ปี ซึ่งอ้างตนเป็นเซียนพระที่มีความรู้ความชำนาญในการประเมินพระเครื่องจากจังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้ต้องหากำลังนอนพักอยู่ในห้องพักของรีสอร์ทที่หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ ณ เวลาที่จับกุมผู้ต้องหาไม่ได้ขัดขืนหรือพยายามหลบหนีแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าคงหมดหนทางในการหลบหนีจากกระบวนการยุติธรรมแล้ว การจับกุมในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดีจากการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ติดตามเบาะแสและเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ โดยมีการใช้กล้องวงจรปิดและข้อมูลจากพยานต่างๆ มาประกอบการสืบสวน จนสามารถติดตามตัวผู้ต้องหาได้ที่จังหวัดกาญจนบุรีซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุพอสมควร เหตุการณ์วันเกิดเหตุที่สร้างความสะเทือนใจ เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ขณะที่ จ่าเอก ประชุม บุญอินทร์ อายุ 95 ปี อดีตทหารเรือผู้มีเกียรtiที่ได้รับใช้ชาติมาอย่างยาวนาน กำลังอยู่ที่บ้านพักอาศัยของตนเองในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในช่วงเวลากลางวันที่บ้านไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย ผู้ต้องหาซึ่งอ้างตนเป็นเซียนพระที่มีความรู้ความสามารถในการดูและประเมินค่าพระเครื่องได้เข้ามาพูดคุยด้วยท่าทีที่ดูสุภาพและน่าเชื่อถือ ผู้ต้องหาได้แสดงความสนใจในพระเครื่องของผู้เสียหายและได้ขอดูพระเครื่องต่างๆ ที่ผู้เสียหายเก็บสะสมมา โดยอ้างว่าต้องการจะเช่าพระไปใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ฟังดูมีเหตุผลและไม่น่าสงสัย จ่าเอก ประชุม ซึ่งมีจิตใจเป็นกุศลและไว้วางใจในคนอื่นๆ จึงได้นำพระเครื่องที่เก็บรักษามาอย่างดีออกมาให้ดู และได้ถอดสร้อยพระที่สวมอยู่ออกมาให้ผู้ต้องหาได้ตรวจสอบด้วย เมื่อได้โอกาสดังที่วางแผนไว้ ผู้ต้องหาได้แสดงพฤติกรรมที่แท้จริงออกมาอย่างรวดเร็ว โดยได้คว้าสร้อยพระพร้อมพระเครื่องทั้งหมดที่อยู่ในมือแล้วรีบวิ่งหลบหนีออกจากบ้านไปทันที ทิ้งให้ผู้เสียหายผู้สูงอายุที่ไม่สามารถไล่ตามได้เพียงแต่ตะโกนเรียกคนแต่ก็ไม่มีใครได้ยิน เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่นาที แต่ก่อให้เกิดความสูญเสียและความเสียใจอย่างมากต่อผู้เสียหาย พระเครื่องล้ำค่าที่ถูกขโมย พระเครื่องที่ถูกขโมยไปในครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 9 องค์ มีมูลค่ารวมกันมากกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นพระเครื่องเก่าแก่และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศาสนาอย่างสูง พระเครื่องเหล่านี้ประกอบด้วย พระของขวัญหลวงพ่อสด … Read more

ตำรวจบุกจับชาวจีนเช่าบ้านดัดแปลงเป็นโฮสเทลผิดกฎหมาย พบไลฟ์สดขายยาไวอากร้าไม่ขึ้นทะเบียน กลางกรุงเทพฯ

พื้นที่ที่เข้าตรวจค้นในครั้งนี้เป็นบ้านพักเช่า 2 หลัง ตั้งอยู่ในซอยอินทามระ 49 แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นย่านที่มีบ้านพักเช่าและอาคารพาณิชย์หนาแน่น ใกล้กับถนนรัชดาภิเษก เป็นทำเลที่สะดวกในการเดินทางและค้าขาย ก่อนการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้มีการสอบถามข้อมูลจากชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง พบว่ามีการเข้าออกของชาวจีนจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน มีการขนของเข้าออกบ่อยครั้ง และมีเสียงดังจากการถ่ายทำหรือการไลฟ์สด ทำให้ชาวบ้านรู้สึกรำคาญและกังวลเรื่องความปลอดภัย การปฏิบัติการในครั้งนี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เนื่องจากมีประเด็นความผิดหลายด้าน ทั้งเรื่องการทำงานของคนต่างด้าว การจัดตั้งสถานประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต การค้าขายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และการดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงต้องเตรียมหมายค้น พร้อมประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรัดกุมและครบถ้วน รายละเอียดการตรวจค้นและการจับกุม เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังแรก พบชาวจีน 2 คน ได้แก่ นายเจียงฮัว ซึ่งเป็นผู้เช่าบ้านพักทั้ง 2 หลังดังกล่าว และนายวู ซึ่งทำหน้าที่เป็นลูกจ้างของนายเจียงฮัว อยู่ภายในบ้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น ทั้งสองคนแสดงท่าทีตกใจและพยายามอธิบายว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมายใดๆ ภายในบ้านพักหลังแรกนั้น เจ้าหน้าที่พบว่ามีการจัดเก็บสินค้าอย่างเป็นระบบ โดยมีการแบ่งพื้นที่เป็นโซนต่างๆ มีชั้นวางสินค้าเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ สินค้าที่พบประกอบด้วยผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องสำอาง และที่สำคัญคือยาไวอากร้าจำนวนมาก ซึ่งสินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่มีฉลากภาษาไทย ไม่มีเลขที่จดทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และบางรายการมีข้อความเป็นภาษาจีนเท่านั้น นอกจากสินค้าสำเร็จรูปแล้ว ยังพบอุปกรณ์สำหรับการบรรจุภัณฑ์ … Read more