วัยรุ่นพ่นสีสเปรย์ทำลายโขดหิน “หาดลับพัทยา” ชาวบ้าน-นักท่องเที่ยวเดือดร้อน เรียกร้องหน่วยงานเร่งแก้ไข

พัทยา, ชลบุรี – เหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายต่อแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเกิดขึ้นอีกครั้งที่ชายหาดวงศ์อมาตย์ หรือที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดีในชื่อ “หาดลับพัทยา” เมื่อกลุ่มวัยรุ่นใช้สีสเปรย์พ่นข้อความลงบนโขดหินริมชายหาด ทำให้เกิดความเสียหายต่อทัศนียภาพและสร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ทีมผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นที่ชายหาดวงศ์อมาตย์ จังหวัดชลบุรี หลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับการกระทำของกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้สีสเปรย์พ่นข้อความต่างๆ ลงบนโขดหินริมชายหาด

จากการตรวจสอบพบว่า มีข้อความที่ถูกพ่นด้วยสีสเปรย์หลายจุดบนโขดหิน เช่น “Love you”, “อย่านะโว้ย” และ “ท่านต้น” ซึ่งข้อความเหล่านี้ได้สร้างความเสียหายต่อความสวยงามตามธรรมชาติของโขดหินที่เป็นเอกลักษณ์ของชายหาดแห่งนี้ และทำให้พื้นที่ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติดูสกปรกเลอะเทอะ

คำให้การของผู้ได้รับผลกระทบ

นางจันทนา สมงาม อายุ 54 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ได้ให้สัมภาษณ์แสดงความรู้สึกเสียดายต่อความสวยงามของโขดหินซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชายหาดวงศ์อมาตย์ โดยกล่าวว่า “รู้สึกเสียดายมากครับ เพราะโขดหินพวกนี้เป็นจุดเด่นของชายหาดเรา มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาถ่ายรูปกันทุกวัน แต่พอถูกพ่นสีขีดเขียนแบบนี้ ก็ดูไม่สวยงามและไม่น่าดู ทำให้เสียภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวของเรา”

นางจันทนายังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีก โดยเสนอแนะให้มีการติดตั้งกิ๊ปติดป้ายเตือนและเพิ่มการลาดตระเวนในพื้นที่

ปฏิกิริยาจากนักท่องเที่ยว

นายสมชาย พรหมมา นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ ที่มาเที่ยวกับครอบครัว แสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยกล่าวว่า “เราพามาเที่ยวกับลูกเมีย คิดว่าจะได้ถ่ายรูปสวยๆ แต่พอมาเจอแบบนี้ ก็รู้สึกผิดหวังมาก ไม่อยากถ่ายรูปเลย เพราะดูไม่สวยแล้ว คนที่ทำแบบนี้ไม่คิดถึงคนอื่นเลย”

ส่วนมิสเซส จอห์นสัน นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย ซึ่งเดินทางมาเที่ยวไทยเป็นครั้งแรก ก็แสดงความเสียใจที่ต้องเจอสถานการณ์เช่นนี้ “ผมได้ยินมาว่าที่นี่สวยมาก แต่พอมาดูแล้วก็เสียดายที่มีการขีดเขียนแบบนี้ ถ้าเก็บรักษาไว้ดีๆ คงจะสวยกว่านี้มาก”

ข้อมูลเกี่ยวกับชายหาดวงศ์อมาตย์

ชายหาดวงศ์อมาตย์หรือ “หาดลับพัทยา” เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเงียบสงบและมีทิวทัศน์สวยงาม ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองพัทยาประมาณ 15 กิโลเมตร ในเขตอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ชายหาดแห่งนี้โดดเด่นด้วยโขดหินธรรมชาติที่มีรูปทรงแปลกตา น้ำทะเลใส และบรรยากาศที่เงียบสงบ ทำให้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมือง

ในช่วงที่ผ่านมา ชายหาดวงศ์อมาตย์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวและถ่ายรูปกันเป็นจำนวนมาก ทำให้กลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญสำหรับชุมชนในพื้นที่

ผลกระทบต่อการท่องเที่ยว

การพ่นสีสเปรย์บนโขดหินไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อทัศนียภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย เพราะนักท่องเที่ยวหลายคนเริ่มรู้สึกผิดหวังและอาจเลือกไปเที่ยวสถานที่อื่นแทน

นายสุรชัย เจริญดี ประธานกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ ให้ความเห็นว่า “เหตุการณ์แบบนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวของเราอย่างมาก เพราะนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเพื่อหาความสวยงามและความสงบ แต่ถ้าเจอสภาพแบบนี้ก็จะรู้สึกผิดหวัง และอาจไม่กลับมาเที่ยวอีก หรือบอกต่อให้คนอื่นในทางลบ”

ผลกระทบเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการในพื้นที่ แต่ยังส่งผลต่อชุมชนโดยรวม เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้หลักของหลายครอบครัวในพื้นที่

มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีก หน่วยงานท้องถิ่นและผู้เกี่ยวข้องได้หารือกันเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ดังนี้

การติดตั้งป้ายเตือน หน่วยงานท้องถิ่นวางแผนที่จะติดตั้งป้ายเตือนภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบว่าการขีดเขียนหรือพ่นสีบนโขดหินเป็นสิ่งผิดกฎหมายและจะต้องรับโทษตามกฎหมาย

เพิ่มการลาดตระเวน การเพิ่มการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและอาสาสมัครในพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวมาเยอะ เช่น วันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

การติดตั้งกล้องวงจรปิด การพิจารณาติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดสำคัญเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และเป็นการป้องปรามมิให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้

การทำความสะอาดและฟื้นฟู

ปัจจุบันหน่วยงานท้องถิ่นและอาสาสมัครกำลังดำเนินการทำความสะอาดเพื่อขจัดคราบสีสเปรย์ออกจากโขดหิน โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดพิเศษที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาและความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างธรรมชาติของโขดหิน

นายประสิทธิ์ มั่นคง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสัตหีบ กล่าวว่า “เราได้จัดทีมงานมาทำความสะอาดแล้ว แต่การขจัดคราบสีออกจากโขดหินนี้ต้องใช้เวลา และบางส่วนอาจไม่สามารถทำความสะอาดออกได้ 100% ซึ่งถือเป็นความเสียหายถาวรต่อแหล่งท่องเที่ยวของเรา”

บทลงโทษตามกฎหมาย

การพ่นสีหรือขีดเขียนบนทรัพย์สินสาธารณะหรือทรัพยากรธรรมชาติถือเป็นความผิดตามกฎหมาย ผู้กระทำผิดอาจต้องรับโทษปรับหรือจำคุก ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535

นายสมพงษ์ ใจดี ผู้กำกับสถานีตำรวจท่องเที่ยวพัทยา แจ้งว่า “หากมีการแจ้งความและมีหลักฐาน เราพร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เพราะการกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายทรัพย์สินสาธารณะ แต่ยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของประเทศ”

ข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไข

ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาหลายประการ ได้แก่

การศึกษาและการสร้างจิตสำนึก การจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมและแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน

การมีส่วนร่วมของชุมชน การสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและป้องกันแหล่งท่องเที่ยว

การปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก การจัดให้มีพื้นที่สำหรับการถ่ายรูปที่เหมาะสม และจุดสำหรับการแสดงออกทางศิลปะอย่างถูกต้อง

การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดเพื่อเป็นตัวอย่าง

เสียงสะท้อนจากสังคม

เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากสื่อสังคมออนไลน์อย่างมาก โดยมีประชาชนแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกไม่พอใจต่อการกระทำของกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว หลายคนเรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้

นักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมหลายคนได้ออกมาประณามการกระทำนี้ และเรียกร้องให้มีการศึกษาและสร้างความตระหนักแก่เยาวชนเกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

บทสรุป

เหตุการณ์การพ่นสีสเปรย์ทำลายโขดหินที่ชายหาดวงศ์อมาตย์เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนถึงปัญหาการขาดจิตสำนึกในการรักษาแหล่งท่องเที่ยวและทรัพยากรธรรมชาติ การแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ ชุมชนท้องถิ่น ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป

ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเป็นสมบัติร่วมของทุกคน การรักษาและอนุรักษ์ไว้จึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคน เพื่อให้คนรุ่นต่อไปได้มีโอกาสชื่นชมความงามของธรรมชาติเช่นเดียวกับเรา

การป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคตจำเป็นต้องอาศัยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การสร้างจิตสำนึกที่ถูกต้อง และการมีส่วนร่วมของทุกคนในสังคม เพื่อร่วมกันรักษาแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามเหล่านี้ไว้สำหรับอนาคต