เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาราว 14.30 น. ขณะที่ห้างสรรพสินค้ามีผู้คนเดินทางไปมาตามปกติ คนร้ายซึ่งมีรูปร่างสูงประมาณ 170-175 เซนติเมตร สวมใส่ชุดไรเดอร์สีดำทั้งตัว พร้อมใส่หมวกกันน็อกเต็มใบปิดหน้าสนิท สะพายกระเป๋าข้างสีดำ เดินตรงเข้าสู่ร้านทองที่ตั้งอยู่ชั้นล่างของห้างฯ
จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดพบว่า คนร้ายมีท่าทางมั่นใจ เดินเข้าร้านโดยไม่ลังเล ก่อนจะเข้าหาเคาน์เตอร์และใช้อาวุธปืนสั้นจี้พนักงาน พร้อมสั่งให้ส่งมอบทองคำ โดยเฉพาะสร้อยคอและสร้อยข้อมือทองคำหลายเส้น
พนักงานร้านทองที่ตกใจกลัวจึงไม่กล้าขัดขืน และทำตามคำสั่งของคนร้าย โดยส่งมอบทองคำให้ซึ่งประกอบด้วยสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 3 บาท และ 5 บาท รวมหลายเส้น น้ำหนักรวมทั้งสิ้นประมาณ 60 บาท มีมูลค่าหลายแสนบาท
คำให้การของพยานและผู้เสียหาย
นายฉัตรชัย พนักงานรักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้า ให้การว่า “ผมเห็นชายคนหนึ่งสวมหมวกกันน็อกเต็มใบเดินเข้ามาในห้าง ผมจึงเข้าไปบอกให้ถอดหมวกกันน็อกออกตามระเบียบของห้าง แต่เขาไม่สนใจและเดินผ่านไปเลย ไม่นานหลังจากนั้นก็เกิดเหตุปล้นทองขึ้น ผมถึงได้รู้ว่าเขามาด้วยเจตนาร้าย”
ส่วนพนักงานชายร้านทองที่เป็นผู้เสียหายให้การว่า “ตอนนั้นผมกำลังจัดสินค้าอยู่ในร้าน พอเห็นชายคนหนึ่งเดินเข้ามาก็ไม่ได้สนใจมาก แต่พอเขาเข้ามาใกล้แล้วชี้ปืนใส่ผม แล้วพูดเสียงดังว่า ‘หยิบทองมา’ ผมตกใจมาก จึงรีบสั่งให้พนักงานหญิงหมอบลงเพื่อความปลอดภัย แล้วค่อยๆ ถอยออกห่างจากคนร้าย”
เขายังเล่าต่อไปว่า “คนร้ายมีอาวุธปืนในมือ ผมเลยไม่กล้าขัดขืน เพราะกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้น ผมไม่เคยเห็นหน้าหรือคุ้นเคยกับรูปพรรณสันฐานของคนร้ายคนนี้มาก่อนเลย น่าจะเป็นคนแปลกหน้า แต่เขาดูเหมือนจะรู้จักร้านดี เพราะตรงเข้ามาหาสร้อยทองเลย”
วิธีการหลบหนีของคนร้าย
หลังจากได้ทองคำตามต้องการแล้ว คนร้ายรีบวิ่งออกจากร้านทองและหลบหนีโดยใช้รถจักรยานยนต์ที่จอดรออยู่ด้านหน้าห้างสรรพสินค้า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า รถจักรยานยนต์ดังกล่าวเป็นรถสีดำ แต่ไม่สามารถมองเห็นเลขทะเบียนได้ชัดเจนเนื่องจากมีการปิดบัง
คนร้ายใช้เวลาในการก่อเหตุไม่เกิน 3-4 นาที ก่อนจะหลบหนีไปทางถนนใหญ่ด้วยความเร็วสูง การเคลื่อนไหวของคนร้ายดูมีการวางแผนมาอย่างดี ทั้งการเลือกเวลา เส้นทางหลบหนี และวิธีการก่อเหตุ
การตอบสนองของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
ทันทีที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างได้แจ้งเหตุไปยังตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางบ่อ และกรุงเทพมหานครใกล้เคียง พร้อมทั้งปิดกั้นทางออกของห้างชั่วคราว แต่คนร้ายสามารถหลบหนีไปได้ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
ผู้จัดการห้างสรรพสินค้าให้การว่า “เรามีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คนร้ายดูเหมือนจะมีการวางแผนมาอย่างดี เรากำลังประสานงานกับตำรวจอย่างเต็มที่ และจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม”
การสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พ.ต.อ.สมชาย วิรุณรัตน์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบางบ่อ พร้อมทีมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุทันทีหลังรับแจ้ง
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ ที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย การตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งภายในและภายนอกห้าง การสอบปากคำพยานและผู้เสียหาย การเก็บลายนิ้วมือ และการตรวจสอบเส้นทางหลบหนีของคนร้าย
“เราได้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชัดเจนมาก ทั้งภายในร้านและบริเวณหน้าห้าง รวมถึงเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี กำลังขยายผลการสืบสวนไปยังพื้นที่ใกล้เคียง และกำลังตรวจสอบข้อมูลรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ” พ.ต.อ.สมชาย กล่าว
ผลกระทบต่อธุรกิจร้านทองในพื้นที่
เหตุการณ์ปล้นทองครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการร้านทองในพื้นที่ โดยเฉพาะร้านทองที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า หลายร้านได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม
นายสมศักดิ์ ทองดี ประธานสมาคมผู้ค้าทองจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า “เหตุการณ์นี้ทำให้เราต้องทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยของร้านทองในเขตพื้นที่ เราจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเพิ่มการลาดตระเวนในบริเวณห้างสรรพสินค้าและตลาดทอง”
หลายร้านทองได้เพิ่มการติดตั้งกล้องวงจรปิดความละเอียดสูง ระบบเตือนภัยฉุกเฉิน และการฝึกอบรมพนักงานในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
มาตรการป้องกันและแนวทางการแก้ไข
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ท.วิชัย สุขเจริญ สั่งการให้เพิ่มการลาดตระเวนในบริเวณห้างสรรพสินค้าและพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะร้านทองและร้านค้าที่มีสินค้ามีค่า
“เราจะเพิ่มจุดตรวจและการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ในบริเวณนี้ พร้อมทั้งประสานงานกับเจ้าของห้างและผู้ประกอบการเพื่อปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย การติดตั้งกล้องวงจรปิดที่มีประสิทธิภาพสูง และการฝึกอบรมพนักงานในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน” พล.ต.ท.วิชัย กล่าว
ความคืบหน้าการสืบสวน
เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า กำลังติดตามตัวคนร้ายอย่างใกล้ชิด โดยใช้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
“เรามีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับรูปพรรณของคนร้าย และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ คาดว่าจะสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ในเร็วๆ นี้” แหล่งข่าวจากสถานีตำรวจภูธรบางบ่อเปิดเผย
เจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลการสืบสวนไปยังพื้นที่ใกล้เคียง และตรวจสอบประวัติอาชญากรรมในลักษณะเดียวกันที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพื่อหาความเชื่อมโยงและรูปแบบการก่อเหตุ
คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการและประชาชน
ตำรวจให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการร้านทองและธุรกิจที่มีสินค้ามีค่า ควรเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น การติดตั้งระบบกันขโมยที่ทันสมัย การฝึกอบรมพนักงาน และการประสานงานกับเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด
สำหรับประชาชนทั่วไป หากพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะคล้ายกับคนร้าย หรือพบเห็นรถจักรยานยนต์ที่มีลักษณะตรงกับที่ใช้ในการก่อเหตุ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โดยไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยตนเอง
เหตุการณ์ปล้นทองกลางห้างสรรพสินค้าครั้งนี้ถือเป็นการเตือนสติให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มความระมัดระวังและปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในอนาคต