แม่ยายวัย 61 ปี โกรธจัด! ฟันลูกเขยหัวแตกเลือดอาบ หลังเมาแล้วมาขอ “มีอะไรด้วย”

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ บ้านหลังหนึ่งในตำบลตรวจ อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ โดยมีผู้แจ้งเหตุไปยังหน่วยกู้ชีพและเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด ส่งผลให้ผู้ได้รับบาดเจ็บมีแผลฉีกขาดที่ศีรษะและนอนหมดสติอยู่ในแอ่งเลือด เมื่อทีมกู้ชีพจากสมาคมสุรินทร์นิวส์จุดอำเภอศรีณรงค์ และหน่วยกู้ชีพองค์การบริหารส่วนตำบลตรวจเดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเพศชายคนหนึ่ง นอนจมเลือดอยู่ข้างแคร่หน้าบ้าน มีแผลฉีกขาดที่ศีรษะยาวประมาณ 5 เซนติเมตร และยังคงมีอาการสะลึมสะลือจากความเมาสุรา คำให้การของผู้ต้องสงสัย นางไสว (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นแม่ยายของผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้ให้การรับสารภาพต่อเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นผู้ก่อเหตุ โดยกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “มันได้ลูกสาวฉันแล้ว มันยังจะเอาฉันอีก ฉันเลยต้องทำแบบนี้” ตามคำให้การของนางไสว เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งดื่มเหล้าขาวขวดใหญ่พร้อมกับทานข้าวต้มบนแคร่หน้าบ้าน เมื่อเหล้าเกือบหมดขวด ลูกเขยซึ่งมีอาการเมามากได้พูดจาไม่เหมาะสมขึ้นมาว่า “ถ้ามีอะไรกับลูกสาวแล้ว ก็ขอมีอะไรกับแม่ด้วย” พร้อมกับเอามือพยายามโอบกอดนางไสว ปฏิกิริยาของแม่ยายและการเกิดเหตุ นางไสวซึ่งรู้สึกขุ่นเคืองและไม่พอใจต่อพฤติกรรมของลูกเขยมาเป็นเวลานาน ได้หลบออกจากอ้อมกอดแล้วคว้ามีดที่ใช้ตัดหมากที่วางอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะฟันไปที่ศีรษะของลูกเขยหลายครั้งติดต่อกัน จนเกิดแผลฉีกขาดและมีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก ลูกเขยจึงตกจากแคร่ลงมาและสลบไป หลังจากเห็นว่าลูกเขยได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง นางไสวได้รีบบอกให้ชาวบ้านโทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ชีพหมายเลข 1669 เพราะกลัวว่าลูกเขยจะเสียชีวิต แสดงให้เห็นว่าแม้จะโกรธมาก แต่ยังคงมีจิตสำนึกในการช่วยเหลือ ข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ ชาวบ้านในละแวกนั้นซึ่งไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ลูกเขยคนดังกล่าวไม่ใช่คนในหมู่บ้านแห่งนี้ แต่มาได้ลูกสาวของนางไสวและย้ายมาอยู่ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของชายคนนี้เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวบ้านว่าค่อนข้างหยาบคาย … Read more

สาวร่างทรง ร่ำไห้ อ้างถูกน้าสาวฟ้องขับไล่ออกจากบ้าน ด้าน ‘น้าสาว’ งัดหลักฐานแจงอีกมุม

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่บ้านหลังหนึ่งบนถนนพระงาม ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง บรรยากาศเศร้าโศกปกคลุมไปด้วยเสียงร้องไห้ของนางสาวสุนิสา หรือ “แต๋ม” อายุ 48 ปี ซึ่งกำลังร่ำไห้ฟูมฟายด้วยความเสียใจอย่างยิ่ง ท่ามกลางความรู้สึกเจ็บปวด นางแต๋มได้ลั่นคำขู่ด้วยความโกรธแค้นว่า “ถ้ามีปืนจะยิงให้ตายแล้ว” ก่อนจะทรุดตัวล้มลงนอนกองกับพื้นด้วยความหมดหวัง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่เธอได้รับการแจ้งว่าถูกนางสาวฐานิต หรือ “ป้าดำ” วัย 69 ปี ซึ่งเป็นน้าสาวแท้ๆ ของเธอ ฟ้องขับไล่ออกจากบ้านเช่าหลังดังกล่าว บ้านที่อยู่มา 2 ทศวรรษ กลายเป็นแหล่งพิพาท บ้านหลังนี้มีความหมายพิเศษสำหรับนางแต๋ม เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของเธอมานานถึง 20 ปี ตั้งแต่ปี 2547 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เธอไม่เคยต้องจ่ายค่าเช่าแม้แต่บาทเดียว เนื่องจากเป็นที่ดินมรดกของคุณยาย ซึ่งได้มีการแบ่งให้ลูกหลานแบบปากเปล่าโดยไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรใดๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณยายและคุณแม่ของนางแต๋มเสียชีวิตลงไป ที่ดินแปลงนี้จึงตกเป็นกรมสิทธิ์ของน้าสาว ทำให้เกิดปัญหาความไม่ชัดเจนในเรื่องสิทธิการอยู่อาศัยของนางแต๋ม ความเจ็บป่วยที่นำไปสู่ปัญหา จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2566 เมื่อนางแต๋มป่วยหนักด้วยโรคหัวใจและโรคลิ่มเลือดอุดขั้วหัวใจทั้ง 4 ห้อง รวมถึงโรคอื่นๆ อีกหลายโรค สภาพความเจ็บป่วยร้ายแรงนี้ทำให้เธอต้องเสี่ยงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับลูกสาวของเธอได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานครได้ … Read more

คู่รักอยู่ร่วมกับศพคนรักที่สามนานหนึ่งปี ขณะที่สุนัขแทะร่างไร้ชีวิต: รายงานคดีสุดสยอง

คู่สามีภรรยาจากรัฐโคโลราโดถูกจับกุมหลังจากที่ตำรวจพบศพของชายที่เป็นคนรักร่วมของพวกเขาเน่าอยู่ภายในบ้าน ในคดีที่เขย่าความรู้สึกของชุมชนเมืองเลควูดและสะท้อนให้เห็นถึงด้านมืดของความสัมพันธ์ที่ผิดปกติ เหยื่อซึ่งถูกระบุตัวตนว่าเป็น เจมส์ โอนีล วัย 64 ปี ถูกพบเสียชีวิตในบ้านที่เมืองเลควูด รัฐโคโลราโด เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม หลายวันหลังจากที่น้องชายของเขาร้องขอให้ตำรวจไปตรวจสอบความเป็นอยู่ของเขา ตามที่ตำรวจเลควูดระบุไว้ในบันทึกการจับกุม เจมส์ เดวิด แอกนิว วัย 55 ปี และภรรยาของเขา ซูซานน์ แอกนิว วัย 57 ปี ถูกจับกุมในข้อหาหลายกระทง รวมถึงการยุ่งเกี่ยวกับศพ แต่ยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของโอนีล โดยการจับกุมและข้อกล่าวหาเปิดเผยครั้งแรกโดยการสืบสวนของ 9 NEWS Investigates ความสัมพันธ์สามเส้าที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรม ตามบันทึกของเจ้าหน้าที่ ซูซานน์ แอกนิว บอกกับนักสืบว่าเธอ เจมส์ แอกนิว และโอนีลมีความสัมพันธ์แบบสามทางมาหลายปี ซึ่งเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาและซับซ้อน โดยทั้งสามคนอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเดียวกันและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางกายภาพ บันทึกการจับกุมเจมส์ แอกนิว ซึ่งถูกเผยแพร่ทางออนไลน์โดย Law & Crime และตรวจสอบโดยสำนักข่าว ระบุว่าเมื่อตำรวจเลควูดไปที่บ้านของครอบครัวแอกนิวเพื่อตรวจสอบความเป็นอยู่ พวกเขาได้พูดคุยกับเจมส์ แอกนิว ซึ่งถูกกล่าวหาว่าแกล้งทำเป็นเจมส์ … Read more

อดีตแฟนหนุ่มถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม หลังกล้องวงจรปิดจับภาพลากของหนักใส่ถังขยะ เชื่อเป็นศพช่างทำผมสาวที่สูญหาย

คดีสะเทือนขวัญในรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เมื่ออดีตแฟนหนุ่มของช่างทำผมสาวถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมระดับที่หนึง หลังหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นบุรุษคนหนึ่งลากรถเข็นที่มีวัตถุหนักและมีสิ่งที่ดูเหมือนแขนคนห้อยออกมา ก่อนนำไปทิ้งในถังขยะ รายละเอียดคดีที่สั่นสะเทือนสังคม แอชลีย์ เอลกินส์ (Ashley Elkins) ช่างทำผมสาววัย 30 ปี และแม่ลูกสองคน ได้หายตัวไปอย่างลึกลับจากบ้านของเธอในเมืองวอร์เรน รัฐมิชิแกน เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2025 หลังจากออกไปทำธุระส่วนตัวตามปกติ นับเป็นจุดเริ่มต้นของคดีที่กลายเป็นข่าวใหญ่และสร้างความตื่นตระหนกให้กับชุมชนท้องถิ่น เหตุการณ์ครั้งนี้เริ่มต้นจากการที่ครอบครัวของเอลกินส์พบว่าเธอไม่กลับบ้านตามกำหนด และเริ่มรู้สึกกังวลอย่างมาก เนื่องจากเธอเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงต่อลูกชายทั้งสองคน และไม่เคยหายหน้าหายตาไปโดยไม่บอกใครมาก่อน ครอบครัวจึงได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและเริ่มการค้นหาอย่างเข้มข้น ความเชื่อมโยงกับอดีตแฟนหนุ่ม การสืบสวนเริ่มมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้นเมื่อครอบครัวของเอลกินส์สามารถติดตามสัญญาณโทรศัพท์มือถือของเธอได้ และพบว่าสัญญาณดังกล่าวมาจากบ้านของดีแอนเดร บุ๊กเกอร์ (Deandre Booker) อดีตแฟนหนุ่มของเธอ การค้นพบนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มสนใจและดำเนินการสืบสวนอย่างจริงจัง บุ๊กเกอร์ วัย 33 ปี ได้กลายเป็นผู้ подозреваемый หลักในคดีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปิดเผยเรื่องราวในอดีตระหว่างเขากับเอลกินส์ที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่มีปัญหา ก่อนหน้าการหายตัวไปของเอลกินส์เพียงไม่กี่วัน ในวันส่งท้ายปีเก่า บุ๊กเกอร์ได้เข้าไปที่ร้านทำผมในบ้านของเอลกินส์โดยใช้ชื่อปลอม ซึ่งทำให้เอลกินส์ต้องหลบซ่อนตัวจนกว่าเขาจะออกไป หลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่เป็นจุดพลิกผัน จุดพลิกผันสำคัญของคดีเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ที่น่าสงสัยได้ นักสืบคริส โมแรน (Chris Moran) จากกรมตำรวจโรสวิลล์ ได้ให้การในศาลระหว่างการพิจารณาเบื้องต้นที่เริ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว … Read more

เอลเมอร์ เวย์น เฮนลีย์ อยู่ที่ไหนในปัจจุบัน? เจาะลึกชีวิตของเขาวันนี้ หลังจากช่วยเหลือฆาตกรต่อเนื่อง “แคนดี้ แมน” มาแล้ว 5 ทศวรรษ

เอลเมอร์ เวย์น เฮนลีย์ ช่วยเหลือดีน คอร์ลล์ ในการฆ่าเหยื่อ 6 รายจากทั้งหมด 28 รายที่เสียชีวิต ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดแห่งหนึ่งของประวัติศาสตร์อาชญากรรมสหรัฐอเมริกา เอลเมอร์ เวย์น เฮนลีย์ จูเนียร์ อาจจะกลายเป็นเหยื่อรายหนึ่งของดีน คอร์ลล์ แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เขากลับกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดวัยรุ่นของฆาตกรต่อเนื่องผู้นี้ “แคนดี้ แมน” ผู้โหดเหี้ยมแห่งเท็กซัส สื่อมวลชนได้ตั้งฉายาให้คอร์ลล์ว่า “แคนดี้ แมน” (ชายลูกอม) เนื่องจากเขาเป็นชายที่ดูเหมือนเป็นมิตรและขึ้นชื่อในเรื่องการแจกลูกอมให้เด็กๆ ในฮูสตัน ระหว่างปี 1970 ถึง 1973 คอร์ลล์ได้ฆาตกรรมเด็กชายและหนุ่มชายอย่างน้อย 28 รายในพื้นที่ฮูสตัน เท็กซัส เหยื่อทุกรายมีอายุระหว่าง 13 ถึง 20 ปี เฮนลีย์ ซึ่งขณะนั้นยังเป็นวัยรุ่นเอง และเดวิด โอเวน บรูกส์ เพื่อนบ้านของเขา ได้ช่วยล่อลวงเหยื่อไปยังบ้านของคอร์ลล์ในเมืองพาซาดีนา รัฐเท็กซัส โดยใช้ “คำสัญญาเท็จเกี่ยวกับความสนุกสนาน” ตามที่ศูนย์แห่งชาติเพื่อเด็กหายและถูกแสวงหาประโยชน์ (NCMEC) รายงานไว้ วิธีการอันโหดร้ายของกลุ่มฆาตกร … Read more

รัฐบาลไทยแบน “ไมเคิล อัลฟาโร” ห้ามเข้าประเทศ หลังแพร่ข่าวเท็จใส่ร้ายไทย พร้อมนำสื่อโลกสำรวจพื้นที่กองกำลังสุรนารี

รัฐบาลไทยประกาศมาตรการเข้มงวดต่อการแพร่ข่าวเท็จที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ โดยตัดสินใจแบนนายไมเคิล อัลฟาโร ชาวสหรัฐอเมริกา ที่อ้างตัวเป็นนักข่าวประจำทำเนียบขาว ห้ามเข้าประเทศไทยอย่างถาวร หลังจากที่มีการไลฟ์สดเผยแพร่ข้อมูลเท็จและใส่ร้ายป้ายสีประเทศไทยไปทั่วโลก พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังเตรียมดำเนินการนำสื่อมวลชนระดับโลกเข้าสำรวจพื้นที่กองกำลังสุรนารี จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา การปิดกั้นนายไมเคิล อัลฟาโร – ผู้เผยแพร่ข่าวเท็จ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568 เวลา 19.40 น. เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีนายไมเคิล อัลฟาโร ที่สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยผ่านการรายงานข่าวที่บิดเบือนความจริง “สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ผมยังคิดว่าจะเชิญนายไมเคิลที่กล่าวอ้างว่าเป็นนักข่าวประจำทำเนียบขาวให้มาเห็นของจริงในฝั่งไทยว่าโดนเขมรถล่มหนักแค่ไหน แต่หลังจากการตรวจสอบแล้วพบว่า นายไมเคิลไม่ได้เป็นนักข่าวประจำทำเนียบขาวจริง แถมยังมีการแอบอ้างถึงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาด้วย” นายจิรายุกล่าว การไลฟ์สดของนายไมเคิล อัลฟาโรเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ณ ชายแดนกัมพูชา-ไทย ได้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตาชาวโลก โดยมีการเซ็ตฉากและใช้ถ้อยคำรุนแรงในการกล่าวหาประเทศไทยด้วยข้อมูลที่บิดเบือนความจริง ขณะที่อ้างตัวเป็นตัวแทนสื่อมวลชนของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา “วันนี้ผมจึงขอบอกว่า ‘จบข่าว’ ไม่ต้องมาเหยียบแผ่นดินไทยต่อไป เพราะสิ่งที่เขาทำคือการโกหกใส่ร้ายป้ายสีไทยไปทั่วโลก และที่สำคัญคือเขาเป็นเพียงล็อบบี้ยิสต์ที่รับจ้างจากกัมพูชาเท่านั้น” นายจิรายุกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แผนนำสื่อโลกสำรวจพื้นที่ความจริง ในขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยได้วางแผนดำเนินการนำสื่อมวลชนระดับโลกเข้าสำรวจพื้นที่กองกำลังสุรนารี จังหวัดสุรินทร์ ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโจมตีของกัมพูชา “เราจะนำสื่อมวลชนไปยังจุดต่างๆ … Read more

จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 12 ปี

เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลสำเร็จภารกิจจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 12 ปี หลังหลบหนีการจับกุมมานานกว่า 8 ปี ก่อนจะถูกติดตามจนได้ที่บ้านเช่าในจังหวัดนนทบุรี ผู้ต้องหาคือ นายกวิน อายุ 61 ปี ซึ่งมีหมายจับออกโดยศาลจังหวัดปราจีนบุรี หมายจับที่ จ.114/2560 ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2560 ในข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พาบุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร” การติดตามและจับกุม พ.ต.ต.ยศชนินทร์ ประเสริฐโสภา เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่เร่งรัดติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน โดยทีมสืบสวนได้ออกติดตามตัวนายกวินอย่างต่อเนื่อง จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีการจับกุมมาเช่าบ้านพักเลขที่ 1/110 ตำบลปลายบาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจนสามารถติดตามตัวนายกวินได้สำเร็จ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2560 ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ผู้สอบสวน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 เวลาประมาณ 07.00 น. โดยผู้แจ้งความเป็นยายของเด็กผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิงอายุ 12 … Read more

Google เปิดตัว Gemma 3 270M โมเดล AI ขนาดจิ๋วที่ปฏิวัติโลก AI บนสมาร์ทโฟน

ในยุคที่เทคโนโลยี AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Google ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ล่าสุด Gemma 3 270M ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อการใช้งานบนอุปกรณ์พกพา โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน โมเดลนี้มาพร้อมกับขนาดที่กระทัดรัดแต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ สามารถทำงานได้อย่างลื่นไหลบนอุปกรณ์ที่มีกำลังประมวลผลจำกัด และที่สำคัญคือสามารถใช้งานได้แบบออฟไลน์โดยไม่ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต นวัตกรรมที่เปลี่ยนโฉมหน้า AI บนมือถือ การเปิดตัว Gemma 3 270M ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอุตสาหกรรม AI เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าถึงเทคโนโลจี AI ที่มีคุณภาพสูงได้ผ่านอุปกรณ์พกพาของตนเอง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอกหรือการจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการใช้บริการ AI ขั้นสูง โมเดลนี้ได้รับการพัฒนาจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของ Google ในด้าน AI และ Machine Learning มาหลายปี โดยทีมวิศวกรได้ใช้เทคนิคการบีบอัดและการปรับปรุงประสิทธิภาพขั้นสูงเพื่อให้สามารถบรรจุความสามารถของ AI ที่ทรงพลังลงในขนาดที่เล็กกะทัดรัด ข้อมูลจำเพาะที่น่าประทับใจ Gemma 3 270M มาพร้อมกับคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการ โดยเฉพาะการรองรับข้อมูลอินพุทขนาดใหญ่ถึง 256,000 โทเคน ในการประมวลผลแต่ละครั้ง ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้สามารถป้อนข้อมูลหรือข้อความที่มีความยาวมากได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจำกัดของโมเดล จำนวนพารามิเตอร์ที่ 270 ล้านตัวแม้จะดูน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับโมเดล AI … Read more

“แม่หญิงลี” จากดาราเงินล้าน สู่ชีวิต “คนไร้บ้าน” เจ้าของบ้านไล่ออก ต้องไปเช่าห้องพัก

เรื่องราวที่เศร้าใจของ “แม่หญิงลี” หรือ “บังลี” หรือ “พระมหาเทวีเจ้าแห่งเมืองทิพย์” ดาราดังที่เคยครองใจคนไทยในช่วงหนึ่ง กลับกลายเป็นข่าวที่สะเทือนใจในปัจจุบัน เมื่อเพจดัง “จ๊อกจ๊อก” เผยความจริงที่โหดร้ายว่า ปัจจุบันแม่หญิงลีได้กลายเป็นคนไร้บ้าน ต้องออกไปเช่าห้องพักอาศัย หลังจากที่บ้านถูกยึดเนื่องจากไม่สามารถชำระหนี้ได้ ปัญหาหนี้สินที่สะสมมายาวนาน จากข้อมูลที่เพจ “จ๊อกจ๊อก” เผยแพร่ พบว่า สาเหตุที่แม่หญิงลีต้องสูญเสียบ้านของตนเองนั้น เกิดจากการนำบ้านไปใช้เป็นหลักประกันในการกู้เงินเพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจต่างๆ แต่สุดท้ายธุรกิจเหล่านั้นกลับไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้ ทำให้เธอไม่มีเงินมาชำระหนี้ที่ผูกพันไว้ เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนตุลาคม แม่หญิงลีเคยเจอปัญหาเรื่องการชำระหนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อต้องจ่ายเงินเดือนละ 20,000 บาท แต่ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ น้องชายเข้ามาช่วยเหลือแต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ในช่วงวิกฤติครั้งแรก น้องชายของแม่หญิงลีได้เข้ามาช่วยเหลือ โดยขอผ่อนการชำระหนี้และย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังดังกล่าว เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือนี้กลับไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในระยะยาว ปัญหาหลักที่เกิดขึ้นคือ การหาเงิน 20,000 บาทต่อเดือนมาชำระหนี้อย่างต่อเนื่องนั้น เป็นเรื่องที่ยากสำหรับแม่หญิงลีในสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากรายได้จากการทำงานในวงการบันเทิงไม่สม่ำเสมอ และไม่เพียงพอต่อการครองชีพและการชำระหนี้ ผลที่ตามมา: การแยกย้ายและการเป็นคนไร้บ้าน เมื่อสถานการณ์ไม่ดีขึ้น และการชำระหนี้ยังคงเป็นปัญหา สุดท้ายครอบครัวจึงต้องตัดสินใจแยกย้ายกันไป แต่ละคนต้องหาทางรอดของตนเอง แม่หญิงลีจึงต้องออกจากบ้านที่เคยเป็นบ้านของตนเอง และเปลี่ยนสถานะเป็น “หนุ่มห้องเช่า” … Read more

ปราจีนบุรีเฮง! ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ถูกรางวัล 30 ล้านบาท ครูสาวรับคนเดียว 18 ล้าน คุณป้าวัย 62 ปีถือมือถือ 12 ล้าน

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568 จังหวัดปราจีนบุรีกลายเป็นจุดสนใจของสาวกลอตเตอรี่ทั่วประเทศ หลังจากมีผู้โชคดี 2 รายถูกรางวัลที่ 1 ของสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2568 หมายเลข 994865 รวมมูลค่ารางวัลกว่า 30 ล้านบาท โดยมีครูสาววิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรีรับรางวัลคนเดียว 18 ล้านบาท และคุณป้าวัย 62 ปีรับอีก 12 ล้านบาท กลายเป็นเศรษฐีใหม่ในชั่วข้ามคืน ครูสาววิทยาลัยเทคนิคปราจีนถูกรางวัล 18 ล้านบาท นางสาวปวริศา อยู่สนิท อายุ 32 ปี ครูอัตราจ้างแผนกช่างไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี เป็นผู้โชคดีรายแรกที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 3 ใบ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 18 ล้านบาท จากการซื้อลอตเตอรี่ผ่านแอปพลิเคชัน “น็อต สลากพลัส” ของนายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ การได้รับข่าวดีครั้งประวัติศาสตร์ ครูแก้ว ชื่อเล่นของนางสาวปวริศา เล่าถึงช่วงเวลาที่ได้รับข่าวดีว่า ตอนแรกเมื่อมีสายโทรศัพท์เข้ามาจากคุณน็อต … Read more