นัททิว AF5 เปิดใจ! ปั้นร่างเป็นเทรนเนอร์มืออาชีพ เผยเจอลูกค้าแปลกๆ พฤติกรรมเข้าถึงเนื้อถึงตัว

นักแสดงหนุ่มชื่อดัง ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม หรือ นัททิว จาก AF5 ที่หันมาปั้นร่างจนได้แชมป์เพาะกายหลายเวที ก่อนเปิดตัวเป็นเทรนเนอร์อาชีพ เผยประสบการณ์ที่น่าสนใจและท้าทายในการสอนออกกำลังกาย พร้อมเล่าถึงลูกค้าแปลกหน้าที่มาด้วยเจตนาอื่น

ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม หรือที่แฟนๆ รู้จักในนาม “นัททิว” จาก Academy Fantasia ซีซั่น 5 ได้มาร่วมงานแถลงข่าวงานวิ่งการกุศล “ซุปตาร์ รัน 2025” ณ Sphere Gallery ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเอ็มสเฟียร์ ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับการประกอบอาชีพเทรนเนอร์และเรื่องราวน่าสนใจต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการทำงาน

จากศิลปินสู่เทรนเนอร์มืออาชีพ

ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม ที่เคยเป็นนักร้องและนักแสดงชื่อดังจาก AF5 ได้เปลี่ยนเส้นทางการทำงานมาเป็นเทรนเนอร์อาชีพอย่างจริงจัง หลังจากที่เขาได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในวงการเพาะกาย จนสามารถคว้าแชมป์จากการแข่งขันหลายเวทีมาแล้ว การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนอาชีพ แต่เป็นการนำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาถ่ายทอดให้กับผู้ที่ต้องการพัฒนาร่างกายอย่างแท้จริง

คอร์สเรียนยอดนิยม นักเรียนแน่นคิว

“ตอนนี้มีนักเรียนในการดูแลเยอะครับ เปิดสอนทีละ 3 เดือนทุกคอร์สจะมีนักเรียนประมาณ 20 คน” นัททิวเล่าถึงความนิยมของคอร์สเรียนที่เขาเปิดสอน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ที่สนใจการออกกำลังกายและการเพาะกาย

การที่มีผู้สนใจเข้าเรียนจำนวนมากแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ของเขา ซึ่งมาจากประสบการณ์ตรงในการแข่งขันและการฝึกฝนอย่างจริงจัง ทำให้ผู้เรียนมั่นใจว่าจะได้รับความรู้ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายใหม่ สู่เวทีประกวดเกาหลีใต้

แม้จะหันมาเป็นเทรนเนอร์แล้ว แต่นัททิวยังไม่ละทิ้งความฝันในการแข่งขันเพาะกาย โดยเขาเผยว่า “กำลังคัดอยู่ เดี๋ยวจะไปประกวดที่เกาหลีครับ เคยไปประกวดเมื่อปี 2024 ปีนี้ก็จะไปอีก พอเราหันมาเป็นเทรนเนอร์ อยู่ไประยะหนึ่งเราก็อยากเป็นนักกีฬา”

การประกวดครั้งนี้เขาจะแข่งขันในประเภท “สปอร์ตโมเดล” ซึ่งเป็นประเภทที่เน้นความสวยงามของสัดส่วนกล้ามเนื้อมากกว่าขนาด “การประกวดจะมีทั้งหมด 3 รุ่น ของผมสปอร์ตโมเดล คือโหดน้อยสุด จะลีนๆ เล็กๆ เอวบางๆ มีกล้ามขา เขาจะดูความสวยงามของกล้ามเนื้อ”

แรงบันดาลใจจากเวทีเกาหลี

“เรารู้สึกว่าเวทีเกาหลีมันดูเทพดี เลยอยากจะไปเอาประสบการณ์ตรงนั้น ทุกคนหุ่นโหดมาก” นัททิวอธิบายถึงสาเหตุที่เลือกไปแข่งขันที่เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่มีมาตรฐานการแข่งขันเพาะกายในระดับสูง และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

การเตรียมตัวอย่างเข้มข้น

สำหรับการเตรียมตัวเพื่อไปแข่งขันครั้งนี้ นัททิวต้องปรับวิถีชีวิตอย่างสิ้นเชิง “ต้องวิ่ง ต้องคาดิโอทุกเช้า เวท 6-7 วัน อาหารต้องคุมแบบเป๊ะๆ คราวก่อนไปเก็บตัวฝึกกับโค้ชเกาหลี 2 เดือน สำหรับปีนี้จะไปเก็บตัวแค่เดือนเดียว”

การลงทุนเพื่อการแข่งขันครั้งนี้ถือว่าไม่น้อย “ค่าใช้จ่ายคือปาดเหงื่อ แต่มันก็สาแก่ใจ กลับมาก็ฟาร์มเงินสุดๆ มันก็ใช้ไปเยอะ” เขาเล่าถึงการลงทุนที่ต้องใช้ทั้งแรงกายแรงใจและเงินทุนจำนวนมาก แต่เขามองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะประสบการณ์และความรู้ที่ได้รับสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเป็นเทรนเนอร์ได้

ความท้าทายในการเป็นเทรนเนอร์

การเป็นเทรนเนอร์ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับลูกค้าที่มีแรงจูงใจแปลกๆ นัททิวเล่าประสบการณ์ที่น่าประทับใจว่า “มีครับ ก็จะบอกแอดมินไว้ แอดมินเป็นเหมือนเป็นด่านที่ 1 เวลาเขาประสานมาก็จะบอกแอดมินว่าคนนี้ดูเหมือนไม่ได้อยากจะมาเรียน เขาก็จะช่วยโพรเทคเราได้”

กรณีลูกค้าแปลกหน้า

“แปลกๆ มาก็มี จะมาขายประกัน จะมาจีบ มีคนหนึ่งหลุดคิวซีมาได้ ตอนแรกก็เทรนปกติ ไปๆ มาๆ เริ่มจะไม่ปกติ มีการถึงเนื้อถึงตัว” นัททิวเล่าถึงประสบการณ์ที่เขาพบกับลูกค้าที่มาด้วยเจตนาอื่น ซึ่งทำให้เขาต้องระมัดระวังและมีระบบป้องกันที่ดี

เขาอธิบายต่อว่า “ปกติคนออกกำลังกายจะรู้ว่ามันควรจะเป็นเทรนเนอร์ที่จับ แต่นี่เขามาจับเรา เราก็งงตกลงใครสอนใคร” สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เขาต้องพึ่งพาทีมงานและแอดมินในการจัดการ “ก็บอกแอดมินเขาก็จะรู้ พอคนนี้หมดคอร์สแอดมินก็จะมีวิธีเลี่ยงให้ คอร์สเต็มแล้ว เพราะเราก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ”

ปรัชญาการสอนของนัททิว

แม้จะเจอปัญหาต่างๆ แต่นัททิวยังคงมุ่งมั่นในการถ่ายทอดความรู้อย่างจริงใจ “อยากให้มาเรียนกันจริงๆ เราตั้งใจสอนมาก อยากให้เขาเห็นผล ก็อยากให้เขาตั้งใจตามเป้าประสงค์ ชั่วโมงเรามีจำกัด อยากให้เข้ามาแล้วก็ฟิตให้เต็มที่”

การมีทัศนคติแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คอร์สของเขาได้รับความนิยม

โอกาสกลับสู่วงการบันเทิง

นอกจากการเป็นเทรนเนอร์แล้ว นัททิวยังเปิดรับโอกาสในการทำงานด้านบันเทิงอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ข่าวว่า Academy Fantasia จะกลับมาอีกครั้ง “เพิ่งรู้เหมือนกัน เขาจะจ้างผมไปทำงานอะไรไม่รู้ อยากไปนะ ให้ไปเป็นอะไรก็ได้ คอมเมนต์เตเตอร์ได้ มันนานมากเลยนะ 15-17 ปีได้”

การที่ AF จะกลับมาอีกครั้งหลังจากหายไปนานถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ และศิลปินรุ่นเก่า โดยนัททิวพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการทำงานไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งใดก็ตาม

งานแสดงยังคงเปิดรับ

“งานแสดงก็ยังรับนะครับ ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องยาว มีไปรับเชิญซีรี่ส์วายอยู่ ไปโชว์กล้าม เขาไม่ถึงกับรีเควส อ่านบทก็จะเจอว่ามันมีซีนแบบนี้อยู่ ก็ได้อยู่ เขาเห็นบทแล้วเขาก็คงเลือกเรา” นัททิวเผยว่าเขายังคงเปิดรับงานแสดง โดยเฉพาะบทที่เหมาะสมกับภาพลักษณ์ปัจจุบันของเขา

ร่างกายที่แข็งแรงและรูปร่างที่ดีของเขากลายเป็นจุดขายสำคัญในการรับงานแสดง “จ้างได้ครับถ้าไม่ชนกับแข่งอะไรก็ไปแสดงได้” เขาแสดงความพร้อมในการสมดุลระหว่างงานเทรนเนอร์และงานแสดง

บทสรุป การเปลี่ยนแปลงที่สร้างสรรค์

การเปลี่ยนจากศิลปินมาเป็นเทรนเนอร์ของนัททิว AF5 ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ความสามารถและประสบการณ์ที่มีอยู่มาสร้างอาชีพใหม่ที่มีความหมาย แม้จะเจอกับความท้าทายต่างๆ ทั้งลูกค้าแปลกหน้าและการแข่งขันที่เข้มข้น แต่เขายังคงยืนหยัดในหลักการและเป้าหมายของตัวเอง

ความสำเร็จในการเป็นเทรนเนอร์ของเขาไม่ได้มาจากการมีชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการทุ่มเท ความตั้งใจจริง และความรู้ที่แท้จริงในด้านการออกกำลังกายและการเพาะกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เรียนสามารถรู้สึกได้และเป็นเหตุผลที่ทำให้คอร์สของเขาได้รับความนิยม

ในอนาคต การที่เขายังคงมีเป้าหมายในการแข่งขันระดับนานาชาติ พร้อมกับการเปิดรับโอกาสในวงการบันเทิง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และการไม่หยุดนิ่งในการสร้างสรรค์ผลงาน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์และความตั้งใจจริง นัททิวอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ต้องมาด้วยเจตนาที่ถูกต้องและความตั้งใจที่จะออกกำลังกายอย่างแท้จริงเท่านั้น