รวบหนุ่มขนแผงบิทคอยน์พิรุธ อ้างซื้อมาหลอมทอง ไม่มีหลักฐาน พบมีหมายจับติดตัว 4 คดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สถานีตำรวจนครบาลสายไหม ได้จับกุมชายหนุ่มวัย 32 ปี ขณะขับรถกระบะบรรทุกแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับขุดบิทคอยน์จำนวนมาก ด้วยท่าทางที่น่าสงสัย หลังตรวจสอบพบเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับถึง 4 หมาย ในข้อหาลักทรัพย์และรับของโจร แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่าซื้อมาในราคา 50,000 บาท เพื่อนำไปหลอมสกัดทองคำที่อยู่ในแผงวงจร แต่กลับไม่สามารถแสดงหลักฐานการซื้อขายหรือระบุแหล่งที่มาได้ชัดเจน

การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณใกล้ปากซอยเพิ่มสิน 13/1 ถนนเพิ่มสิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 17 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้สังเกตเห็นความผิดปกติของรถกระบะคันดังกล่าว และติดตามจนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้

ของกลางที่ตรวจยึดได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นและยึดของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับขุดบิทคอยน์ขนาดเล็ก จำนวน 1 กระสอบ แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับขุดบิทคอยน์ขนาดกลาง จำนวน 66 แผ่น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับขุดบิทคอยน์ขนาดใหญ่ จำนวน 13 แผ่น ซึ่งผู้ต้องหาไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน และรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว-ดำ จำนวน 1 คัน ที่ใช้ในการขนส่งของกลางดังกล่าว

เหตุการณ์ก่อนการจับกุม

ก่อนการจับกุมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสถานีตำรวจนครบาลสายไหม กำลังออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบตามปกติบนถนนเพิ่มสิน ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในพื้นที่เขตสายไหม จู่ๆ ได้สังเกตเห็นรถยนต์กระบะคันหนึ่งขับผ่านมา โดยด้านหลังของรถบรรทุกแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ซึ่งวางกองกันอย่างไม่เป็นระเบียบ ทำให้เกิดความน่าสงสัยแก่เจ้าหน้าที่

ท่าทางของผู้ขับขี่และการบรรทุกของที่ดูผิดปกติ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจติดตามรถคันดังกล่าวอย่างระมัดระวัง เมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและสั่งให้รถจอดเพื่อทำการตรวจสอบ ซึ่งพบว่าผู้ขับขี่คือนายธนพงษ์ พิมพ์ทวด อายุ 32 ปี

การตรวจสอบและพบหมายจับ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปรากฏว่านายธนพงษ์เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสุโขทัยถึง 4 หมาย ซึ่งเป็นคดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีความร้ายแรง เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการควบคุมตัวทันทีตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม

หมายจับทั้ง 4 ฉบับนี้ เป็นหมายจับที่ออกโดยศาลจังหวัดสุโขทัย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหามีประวัติการกระทำความผิดในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและอาจมีเครือข่ายการกระทำความผิดที่กว้างขวาง โดยข้อหาที่ระบุในหมายจับเป็นความผิดร้ายแรง คือ การร่วมกันลักทรัพย์โดยทำลายสิ่งกีดกั้น การใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด และการรับของโจร ซึ่งล้วนเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกสูง

คำอ้างของผู้ต้องหาที่ขาดหลักฐาน

จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายธนพงษ์ได้ให้การแก้ตัวว่า แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่บรรทุกมานั้นเป็นของที่ตนซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยอ้างว่าได้ซื้อมาในราคาประมาณ 50,000 บาท และมีความตั้งใจที่จะนำแผงวงจรเหล่านี้ไปหลอมสกัดเอาทองคำที่มีอยู่ภายในแผงวงจรออกมา เพื่อนำไปขายต่อและหาผลกำไร

ผู้ต้องหาอธิบายว่า แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะแผงวงจรสำหรับขุดสกุลเงินดิจิทัลหรือบิทคอยน์นั้น มีส่วนประกอบของโลหะมีค่าหลายชนิดอยู่ภายใน โดยเฉพาะทองคำที่ใช้ในการเชื่อมต่อวงจร ซึ่งสามารถนำมาหลอมสกัดแยกออกมาได้และมีมูลค่าทางการค้า จึงเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีผู้ประกอบการทำกันอยู่

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้ผู้ต้องหาแสดงหลักฐานการซื้อขายหรือใบเสร็จรับเงิน เอกสารการโอนเงิน หรือข้อมูลการติดต่อกับผู้ขาย นายธนพงษ์กลับไม่สามารถนำเสนอหลักฐานใดๆ ได้เลย นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังไม่สามารถระบุชื่อผู้ขาย สถานที่ซื้อ หรือรายละเอียดอื่นใดที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้

ความน่าสงสัยในคำให้การ

เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่า คำให้การของผู้ต้องหามีความไม่น่าเชื่อถือหลายประการ ประการแรก หากเป็นการซื้อขายที่ถูกต้องตามกฎหมายจริง ผู้ซื้อย่อมต้องมีหลักฐานการซื้อขายหรืออย่างน้อยก็ต้องสามารถระบุแหล่งที่มาได้ โดยเฉพาะเมื่อเป็นการซื้อในมูลค่าถึง 50,000 บาท ซึ่งไม่ใช่จำนวนเงินที่น้อย

ประการที่สอง ปริมาณของแผงวงจรที่พบนั้นมีจำนวนมากถึงกระสอบหนึ่งสำหรับขนาดเล็ก แผงขนาดกลาง 66 แผ่น และแผงขนาดใหญ่ 13 แผ่น รวมกันแล้วเป็นปริมาณที่สูงมาก หากเป็นการซื้อมาเพื่อทำธุรกิจหลอมทองจริง ผู้ประกอบการย่อมต้องมีระบบการจัดการ การบันทึกบัญชี และเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ประการที่สาม ลักษณะการบรรทุกที่ไม่เป็นระเบียบและดูเร่งรีบ ไม่เหมือนการขนส่งสินค้าทางการค้าปกติ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจเป็นการขนย้ายทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ โดยเฉพาะเมื่อผู้ต้องหามีหมายจับอยู่ถึง 4 หมายในข้อหาเกี่ยวกับทรัพย์สิน

ความสำคัญของคดีและผลกระทบ

การจับกุมในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่สามารถสังเกตความผิดปกติและดำเนินการตรวจสอบได้อย่างทันท่วงที การออกตรวจพื้นที่อย่างสม่ำเสมอและการใช้ความสังเกตของเจ้าหน้าที่ เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้สำเร็จ

นอกจากนี้ การจับกุมครั้งนี้ยังอาจเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลสืบสวนสอบสวนในคดีลักทรัพย์หลายคดีที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากปริมาณของแผงวงจรที่พบนั้นมีจำนวนมาก หากเป็นของกลางจากการกระทำความผิด ก็อาจมีผู้เสียหายหลายราย หรืออาจเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอาชญากรรมที่ใหญ่กว่า

ประเภทของแผงวงจรที่ตรวจยึดได้

แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับขุดบิทคอยน์หรือสกุลเงินดิจิทัลนั้น เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าสูง ภายในประกอบด้วยชิปประมวลผลความเร็วสูง หน่วยความจำ และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่ซับซ้อน โดยเฉพาะแผงวงจรที่ใช้ในการขุดบิทคอยน์แบบมืออาชีพนั้น มีราคาแพงมาก แต่ละแผงอาจมีมูลค่าตั้งแต่หลายหมื่นบาทจนถึงหลายแสนบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นและประสิทธิภาพ

แผงวงจรที่ตรวจยึดได้แบ่งเป็น 3 ขนาด ได้แก่ ขนาดเล็กที่บรรจุอยู่ในกระสอบ ซึ่งอาจเป็นแผงวงจรที่ชำรุดหรือเก่า แผงขนาดกลาง 66 แผ่น ซึ่งน่าจะเป็นแผงวงจรที่ยังใช้งานได้หรือมีสภาพค่อนข้างดี และแผงขนาดใหญ่ 13 แผ่น ซึ่งมักจะเป็นแผงวงจรสมรรถนะสูงที่มีมูลค่ามากกว่า

มูลค่าโลหะมีค่าในแผงวงจร

ตามที่ผู้ต้องหาอ้างว่าจะนำไปหลอมสกัดทองคำนั้น เป็นความจริงที่ว่าแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์มีโลหะมีค่าอยู่ภายใน โดยเฉพาะทองคำที่ใช้ในการเคลือบขั้วต่อและจุดเชื่อมต่อต่างๆ เนื่องจากทองคำเป็นโลหะที่นำไฟฟ้าได้ดี ไม่เกิดสนิม และมีความทนทานสูง นอกจากทองคำแล้ว ยังมีเงิน ทองแดง และแพลทินัม ซึ่งล้วนเป็นโลหะมีค่า

อย่างไรก็ตาม การหลอมสกัดโลหะจากแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์นั้นต้องใช้กระบวนการที่ซับซ้อนและต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด เนื่องจากในกระบวนการหลอมจะปล่อยสารเคมีและโลหะหนักที่เป็นอันตราย หากผู้ต้องหามีเจตนาที่จะประกอบธุรกิจนี้จริง ย่อมต้องมีใบอนุญาตและสถานที่ประกอบการที่ถูกต้อง

บทบาทของตำรวจนครบาล 2

พลตำรวจตรี เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่รับผิดชอบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับอย่างเข้มงวด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย

สถานีตำรวจนครบาลสายไหมเป็นหน่วยงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจนครบาล 2 มีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมเขตสายไหม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทั้งชุมชนอยู่อาศัยและพื้นที่อุตสาหกรรม การออกตรวจพื้นที่อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

กระบวนการดำเนินคดี

หลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการแสดงหมายจับทั้ง 4 หมายให้ผู้ต้องหาทราบ และแจ้งข้อกล่าวหาตามที่ระบุในหมายจับ ได้แก่ ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยทำอันตรายต่อสิ่งกีดกั้นหรือคุ้มครองทรัพย์ การเข้าไปโดยช่องทางที่ไม่ได้จำนงให้เป็นทางเข้า การใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิด และการรับของโจร

นอกจากหมายจับเดิมแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้บันทึกประจำวันรับแจ้งความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการครอบครองแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่สามารถชี้แจงที่มาได้ เพื่อนำมาประกอบการสอบสวน ซึ่งอาจมีข้อหาเพิ่มเติมตามกฎหมาย เช่น การครอบครองทรัพย์สินที่ได้มาโดยทุจริต

ผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดถูกส่งตัวไปยังพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสายไหม เพื่อดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมาย การสอบสวนจะครอบคลุมทั้งคดีตามหมายจับและการตรวจสอบที่มาของแผงวงจรที่ยึดได้ โดยเจ้าหน้าที่จะประสานงานกับสถานีตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ออกหมายจับ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

การตรวจสอบที่มาของทรัพย์สิน

เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนจะทำการตรวจสอบที่มาของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ยึดได้อย่างละเอียด โดยจะติดต่อกับผู้ประกอบการร้านค้าที่จำหน่ายอุปกรณ์ขุดบิทคอยน์ ตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายในพื้นที่ และสอบถามผู้เสียหายในคดีลักทรัพย์ต่างๆ ว่ามีการสูญหายของอุปกรณ์ประเภทนี้หรือไม่

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบหมายเลขซีเรียลของแผงวงจรแต่ละแผ่น เพื่อหาข้อมูลว่าเป็นของใคร มีการจดทะเบียนไว้หรือไม่ และมีรายงานการสูญหายหรือถูกขโมยหรือไม่ การตรวจสอบเหล่านี้จะช่วยระบุได้ว่าแผงวงจรเหล่านี้ได้มาจากแหล่งใด และเป็นของกลางในคดีใดบ้าง

แนวโน้มอาชญากรรมเกี่ยวกับอุปกรณ์ดิจิทัล

ในช่วงที่สกุลเงินดิจิทัลมีมูลค่าสูง อุปกรณ์สำหรับขุดบิทคอยน์หรือสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ กลายเป็นเป้าหมายของขบวนการลักทรัพย์ เนื่องจากมีมูลค่าสูงและสามารถขายต่อได้ง่าย มีรายงานการลักขโมยอุปกรณ์ขุดเหรียญดิจิทัลจากฟาร์มขุดเหรียญหลายแห่งทั่วประเทศ โดยผู้ร้ายมักจะงัดแงะเข้าไปในสถานที่และขนอุปกรณ์ออกมาเป็นจำนวนมาก

ตำรวจจึงให้ความสำคัญกับการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดประเภทนี้ และเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ดังกล่าวที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย การจับกุมในครั้งนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของการทลายเครือข่ายขบวนการลักทรัพย์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าสูง

บทเรียนสำหรับประชาชน

กรณีนี้เป็นบทเรียนสำหรับประชาชนให้ระมัดระวังในการซื้อขายทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ควรซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และต้องมีหลักฐานการซื้อขายที่ชัดเจน หากพบเห็นการซื้อขายที่ราคาต่ำกว่าท้องตลาดมากหรือมีพฤติการณ์น่าสงสัย ควรใช้วิจารณญาณในการพิจารณา เพราะอาจเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ

สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพง ควรมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดี ติดตั้งกล้องวงจรปิด มีระบบรักษาความปลอดภัย และจดบันทึกหมายเลขซีเรียลของอุปกรณ์ไว้ เพื่อสะดวกในการตรวจสอบและติดตามหากเกิดการสูญหาย

การดำเนินคดีต่อไป

หลังจากการสอบสวนเบื้องต้นแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนจะทำการสรุปผลการสอบสวนและส่งสำนวนการสอบสวนไปยังอัยการเพื่อพิจารณาฟ้องคดีต่อศาล โดยผู้ต้องหาจะถูกดำเนินคดีตามหมายจับที่มีอยู่ทั้ง 4 หมาย และอาจมีข้อหาเพิ่มเติมจากการครอบครองทรัพย์สินที่ไม่สามารถชี้แจงที่มาได้

ศาลจะเป็นผู้พิจารณาพยานหลักฐานและความน่าเชื่อถือของคำให้การของผู้ต้องหา รวมถึงการตรวจสอบที่มาของแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หากศาลเห็นว่ามีมูลความผิดและพิสูจน์ได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิดจริง ผู้ต้องหาจะต้องรับโทษตามกฎหมาย ซึ่งอาจเป็นโทษจำคุกหลายปี เนื่องจากเป็นความผิดร้ายแรงหลายกรรม

กรณีนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลเพื่อหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และอาจมีการจับกุมผู้ต้องหารายอื่นที่เกี่ยวข้องในภายหลัง ประชาชนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจนครบาลสายไหม หรือสายด่วนตำรวจ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง