ในเวลา 01.00 น. ของวันที่ 4 ตุลาคม 2568 บรรยากาศสงบเงียบของริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาใต้สะพานพระปกเกล้าถูกทำลายด้วยเสียงกระสุนปืนกว่า 10 นัดที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ สน.พระราชวัง ได้รับแจ้งเหตุและรีบนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุทันที
บริเวณที่เกิดเหตุคือพื้นที่ใต้สะพานพระปกเกล้า แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดที่วัยรุ่นนิยมมานั่งเล่นชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากเป็นพื้นที่เปิดโล่งและมีบรรยากาศที่เงียบสงบ
ผู้ได้รับบาดเจ็บและการปฐมพยาบาล
เจ้าหน้าที่ที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุพบวัยรุ่นชาย 2 คนได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน ทั้งสองมีอายุประมาณ 20 ปี สภาพบาดเจ็บมีความรุนแรงแตกต่างกัน
รายแรกได้รับบาดเจ็บที่บริเวณน่องขาขวา โดยกระสุนปืนเข้าและทะลุออกมาด้านหลัง ทำให้เกิดบาดแผลทะลุ ส่วนรายที่สองได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่าซ้าย โดยกระสุนปืนยังคงฝังอยู่ในร่างกาย ซึ่งต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อนำกระสุนออก
หน่วยกู้ชีพมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลกลางและโรงพยาบาลตากสิน ตามลำดับ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
การตรวจสอบจุดเกิดเหตุและหลักฐาน
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด พบปลอกกระสุนปืนตกเกลื่อนไปทั่วพื้นที่ในจำนวนมาก ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์ที่ระบุว่าได้ยินเสียงกระสุนปืนมากกว่า 10 นัด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการกั้นเขตพื้นที่เกิดเหตุเพื่อให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าทำการเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ รวมถึงปลอกกระสุนปืน ร่องรอยการยิง และหลักฐานอื่นๆ ที่อาจจะนำไปสู่การระบุตัวผู้ก่อเหตุ
คำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์
นายเติ้ล อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเล่าว่ากลุ่มของเขาประกอบด้วยเพื่อนๆ ประมาณ 7-8 คน ได้มานั่งเล่นชมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่เวลา 22.00 น. ซึ่งเป็นกิจกรรมที่พวกเขาทำเป็นประจำทุกวัน
ในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนเศษ ได้มีกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งจำนวน 6-7 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบนสะพานพระปกเกล้า โดยไม่มีการพูดคุยหรือการปะทะใดๆ ก่อนหน้านี้
การโจมตีที่ไร้เหตุผล
ตามคำให้การของผู้เห็นเหตุการณ์ กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงกระหน่ำลงมาที่กลุ่มวัยรุ่นที่นั่งอยู่ใต้สะพานโดยไม่มีเหตุผลใดๆ การยิงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 นัด ทำให้เกิดความตื่นตระหนกและความโกลาหลในบริเวณดังกล่าว
สิ่งที่น่าตกใจมากยิ่งกว่าการยิงคือ หลังจากที่การยิงสิ้นสุดลง กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ตะโกนเสียงดังว่า “เอาอีกไหม” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอุกอาจและไร้ความเมตตาของผู้ก่อเหตุ
การหลบหนีของผู้ก่อเหตุ
หลังจากก่อเหตุ กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ข้ามสะพานพระปกเกล้าไปยังฝั่งธนบุรี โดยใช้เส้นทางหลบหนีที่ดูเหมือนจะวางแผนไว้ล่วงหน้า การหลบหนีที่รวดเร็วและมีแผนการนี้ทำให้เจ้าหน้าที่สงสัยว่าผู้ก่อเหตุอาจมีประสบการณ์ในการก่ออาชญากรรมมาก่อน
การสืบสวนและติดตามผู้ก่อเหตุ
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลพระราชวังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสายตรวจ 191 กำลังฝ่ายสืบสวน และสายตรวจ สน.พระราชวัง กำลังดำเนินการสืบสวนคคดีนี้อย่างเข้มข้น
การสืบสวนมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง เพื่อติดตามเส้นทางการหลบหนีของผู้ก่อเหตุ รวมถึงการระบุเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้สอบสวนเพิ่มเติมจากผู้เห็นเหตุการณ์และบุคคลที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อรวบรวมข้อมูลที่อาจจะนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุ
ปัญหาความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน พื้นที่ใต้สะพานต่างๆ ในกรุงเทพมหานครมักจะเป็นจุดที่วัยรุ่นนิยมมาใช้เวลาว่าง แต่ขาดการดูแลรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ
การที่กลุ่มผู้ก่อเหตุสามารถนำอาวุธปืนมาใช้ในการก่อเหตุได้อย่างง่ายดาย แสดงให้เห็นถึงปัญหาการควบคุมอาวุธปืนในสังคม รวมถึงความไม่เพียงพอของมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ
ผลกระทบต่อชุมชนและสังคม
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง หลายคนเริ่มกังวลเกี่ยวกับการใช้พื้นที่สาธารณะในช่วงเวลากลางคืน
ชุมชนในพื้นที่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิดและการเพิ่มการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง
ความคืบหน้าในการรักษาพยาบาล
ตามรายงานล่าสุดจากโรงพยาบาล ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองรายมีสภาพที่คงตัวและไม่มีอันตรายต่อชีวิต แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเพื่อนำกระสุนที่ฝังอยู่ในหัวเข่าของผู้ได้รับบาดเจ็บรายที่สองออกมาเรียบร้อยแล้ว
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บรายแรกที่ถูกกระสุนทะลุบริเวณน่องขา แม้ว่าจะไม่ต้องผ่าตัด แต่ต้องได้รับการรักษาเพื่อป้องกันการติดเชื้อและการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน
ตำรวจได้ประกาศเพิ่มการลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อปรับปรุงระบบแสงสว่างและการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม
ความร่วมมือจากประชาชน
เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือจากประชาชนในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ หากมีผู้ใดเห็นกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะตรงกับรายละเอียดที่ให้ไว้ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง หรือสายด่วน 191
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาความปลอดภัยจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
บทสรุป
เหตุการณ์การยิงที่สะพานพระปกเกล้าในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจและไม่ควรเกิดขึ้นในสังคม การที่ผู้ก่อเหตุกล้าดำเนินการอย่างอุกอาจและตะโกนท้าทายหลังก่อเหตุ แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในสังคม
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการสืบสวนเพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกันก็ต้องมีการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก
ประชาชนควรมีความระมัดระวังในการใช้พื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะในช่วงเวลาดึก และควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากพบเห็นกิจกรรมที่น่าสงสัย เพื่อรักษาความปลอดภัยร่วมกัน