ชายวัย 39 ปีถูกยิงเสียชีวิตกลางทุ่งนา คาดเกิดจากข้อขัดแย้งกับเพื่อนบ้านสะสมมายาวนาน

เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ศูนย์วิทยุ 191 สังกัดสำนักงานตำรวจจังหวัดอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุการณ์ที่น่าตกใจจากพื้นที่อำเภอโนนสะอาด โดยมีรายงานว่าพบศพชายคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนา สถานที่เกิดเหตุตั้งอยู่ที่บริเวณทุ่งนาทางทิศเหนือของบ้านโนนคำเจริญ หมู่ที่ 4 ตำบลหนองกุงศรี อำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี

ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ พันตำรวจเอก ศิริชัย กุลวิทิต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอโนนสะอาด ได้สั่งการให้ ร้อยตำรวจเอก พิพัฒน์ วันภักดี รองสารวัตรฝ่ายสอบสวนของสภ.โนนสะอาด พร้อมด้วยทีมงานตำรวจชุดสืบสวนจากหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย ตำรวจชุดสืบสวนภาค 4, ตำรวจสืบสวนจังหวัดอุดรธานี, เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน, แพทย์เวรจากโรงพยาบาลโนนสะอาด และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยตำรวจทางหลวงอำเภอโนนสะอาด รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อทำการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว

สภาพที่เกิดเหตุและสภาพศพผู้เสียชีวิต

บริเวณที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ทุ่งนาที่ตั้งอยู่ห่างจากถนนหลักเข้าไปประมาณ 100 เมตร โดยมีเถียงนา (กระท่อมเล็กๆ สำหรับพักผ่อนและเก็บเครื่องมือเกษตร) ตั้งอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ ศพของผู้เสียชีวิตถูกพบนอนอยู่ห่างจากเถียงนาไปทางด้านหลังประมาณ 3 เมตร บริเวณริมบ่อน้ำที่อยู่ด้านหลังเถียงนา

ผู้เสียชีวิตได้รับการระบุตัวตนว่าเป็นนายธวัชชัย (สงวนนามสกุลเพื่อความเป็นส่วนตัว) หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อเล่นว่า “ทอม” อายุ 39 ปี เป็นชาวบ้านหมู่ที่ 4 ตำบลหนองกุงศรี อำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี ขณะเสียชีวิต ผู้ตายสวมเสื้อยืดสีเขียวพิมพ์ลายโฆษณาปุ๋ยแขนยาว กางเกงขาสั้นสีดำ และสะพายกระเป๋าคาดอกสีน้ำเงิน

สภาพศพนอนหงายอยู่กลางทุ่งนา มีบาดแผลหลายจุดที่สำคัญ ได้แก่ บาดแผลจากกระสุนลูกปรายที่บริเวณใบหน้าบริเวณจมูกทะลุไปจนถึงท้ายทอย 1 จุด, บาดแผลจากกระสุนที่บริเวณหน้าอกซึ่งกระสุนยังฝังอยู่ภายใน 1 จุด และมีบาดแผลจากของมีคมที่บริเวณกลางศีรษะ 1 แผล รวมเป็นบาดแผลจากกระสุนปืนทั้งหมด 2 จุด นอกจากนี้ยังพบเครื่องมือเกษตรของผู้ตายที่ตกอยู่ข้างศพ ได้แก่ เคียว 1 ด้าม และมีดพร้า 1 ด้าม

บริเวณโดยรอบจุดที่พบศพมีร่องรอยของการต่อสู้ดิ้นรนอย่างชัดเจน สันนิษฐานว่าก่อนเสียชีวิตผู้ตายได้มีการต่อสู้กับผู้ร้ายอย่างดุเดือด นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ ซึ่งเป็นพาหนะของผู้เสียชีวิต จอดทิ้งไว้บริเวณริมถนนหน้าทางเข้าไปยังเถียงนา

คำให้การของกำนันเผยความขัดแย้งระหว่างผู้ตายและผู้ต้องสงสัย

นายทองสา ชาติแพงตา อายุ 53 ปี ดำรงตำแหน่งกำนันตำบลหนองกุงศรี ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ว่า ประมาณเวลา 09.00 น. ของวันเกิดเหตุ มีชาวบ้านคนหนึ่งออกมาทำงานตัดหญ้าในพื้นที่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกัน 2 นัด เมื่อเดินเข้ามาตรวจสอบจึงพบเห็นศพของผู้เสียชีวิต และได้รีบแจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบทันที

กำนันได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริเวณทุ่งนาและเถียงนาที่เกิดเหตุเป็นของนายคงเดช (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านโนนคำเจริญ หมู่ที่ 4 ตำบลหนองกุงศรี โดยนายคงเดชได้เช่าที่ดินแปลงนี้จากญาติของเขาเพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยและทำการเกษตร แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุกลับไม่พบตัวนายคงเดชอยู่ในบริเวณนั้น

สำหรับผู้เสียชีวิต นายทอม ก็มีบ้านและที่นาเป็นของตนเองอยู่ในละแวกบริเวณเดียวกันกับนายคงเดช กำนันเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายทอมมีประวัติเคยเสพยาเสพติดมาก่อน และด้วยการเสพยาเสพติดในระยะยาวจนทำให้มีอาการทางจิตเวช เคยถูกครอบครัวนำตัวส่งไปรับการบำบัดรักษาที่สถานพยาบาลมาแล้วหนึ่งครั้ง แต่หลังจากออกจากการบำบัดกลับมีพฤติกรรมหวนกลับไปเสพยาเสพติดอีกครั้ง

กำนันให้ความเห็นเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุการณ์ว่า “คาดว่านายทอมคงจะมาหานายคงเดชที่เถียงนา เนื่องจากนายคงเดชเองก็มีพฤติกรรมเสพยาเสพติดเช่นกัน แต่อาจจะเกิดการทะเลาะวิวาทกันในบางเรื่อง จนนำไปสู่การต่อสู้กัน ซึ่งทั้งสองคนเคยมีประวัติทะเลาะวิวาทกันมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีบุคคลอื่นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่ และยังไม่ทราบชนิดของอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ”

กำนันยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นได้มอบหมายให้ญาติของนายคงเดชพยายามติดต่อกับตัวนายคงเดชแล้ว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ โดยญาติได้ให้ข้อมูลว่านายคงเดชอาจจะหลบหนีไปทางพื้นที่ภูเขาบริเวณเขตรอยต่อระหว่างอำเภอโนนสะอาดกับอำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น

พยานผู้พบเหตุเล่าถึงช่วงเวลาก่อนพบศพ

นายพุทธา (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นผู้พบศพคนแรก ได้ให้ถ้อยคำว่า เมื่อเช้าวันเกิดเหตุตนได้ออกมาถางหญ้าและตัดหญ้าในที่นาของตนเอง ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุมากนัก ขณะกำลังทำงานอยู่นั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกัน 2 นัด ในช่วงแรกตนได้พยายามเดินไปตามหานายคงเดชซึ่งเป็นเจ้าของที่นาแปลงนั้น เพราะทั้งสองรู้จักและคุ้นเคยกันดี

นายพุทธาเล่าว่า ตอนแรกคิดว่านายคงเดชคงกำลังยิงนกหรือยิงหนูที่มาทำลายพืชผลทางการเกษตร จึงพยายามตะโกนถามไปทางเถียงนาถึง 2 ครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมาเลย จึงตัดสินใจเดินเข้าไปในบริเวณเถียงนาเพื่อจะดื่มน้ำ แต่กลับพบเห็นร่างคนนอนหงายอยู่ท่ามกลางแอ่งเลือด ในช่วงแรกนั้นคิดว่าคงเป็นนายคงเดชที่ทำให้ปืนลั่นใส่ตัวเอง แต่เมื่อเดินเข้าไปดูอย่างใกล้ชิดจึงพบว่าศพที่นอนอยู่นั้นกลับเป็นนายทอม ตนจึงรีบวิ่งไปบอกชาวบ้านคนอื่นๆ และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

นายพุทธากล่าวว่า ตนเองไม่ค่อยคุ้นเคยกับนายทอมมากนัก รู้จักเพียงแค่ว่าเป็นเด็กหนุ่มในหมู่บ้านเดียวกัน และไม่เคยเห็นนายทอมเดินมาที่บริเวณเถียงนาแห่งนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว รู้เพียงแค่ว่านายทอมมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

คำให้การของภรรยาและมารดาผู้เสียชีวิต

นางสาวน้ำใน (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต ได้ให้ถ้อยคำที่แสดงถึงความเศร้าโศกและตกใจอย่างยิ่งว่า เมื่อเช้าของวันเกิดเหตุตนได้ออกไปขายของที่ตลาดตั้งแต่เวลาตี 5 ตามปกติ ประมาณเวลา 8 โมงเช้า ตนได้โทรศัพท์ติดต่อกับสามี สามีได้บอกว่ากำลังจะออกไปทำงานที่ไร่นา และจะไปตัดหัวมันสำปะหลัง หลังจากคุยกันจบก็ได้วางสายไป

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 9 โมง ชาวบ้านได้โทรศัพท์มาบอกตนว่าสามีถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ตนรู้สึกตกใจและช็อกอย่างมาก จึงรีบเดินทางมาที่จุดเกิดเหตุทันที นางสาวน้ำในยอมรับว่าสามีเคยมีประวัติเสพยาเสพติดจริง และตนเคยพาสามีไปเข้ารับการบำบัดรักษามาแล้วหนึ่งครั้ง สามีของตนมีศัตรูอยู่ และเคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทกับคนข้างบ้านมาเป็นเวลานานแล้ว โดยคนที่สามีมีปัญหาด้วยนั้นชื่อคงเดช แต่ตนก็ไม่ได้ต้องการปรักปรำหรือกล่าวโทษเขาแต่อย่างใด เพียงแค่เล่าความจริงที่ตนทราบเท่านั้น

นางสุด (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต ได้ให้ถ้อยคำด้วยความเศร้าโศกและสั่นสะท้านว่า ในเช้าวันเกิดเหตุตนได้ไปทำบุญที่วัดตามปกติ ขณะอยู่ที่วัดก็มีชาวบ้านมาบอกว่าลูกชายของตนยิงตัวตายเสียชีวิตแล้ว ตนรู้สึกตกใจจนตัวสั่น และไม่เชื่อเลยว่าลูกชายจะฆ่าตัวตาย ตนมั่นใจว่าต้องมีคนยิงลูกชายของตนแน่นอน

นางสุดกล่าวว่า ตนไม่ค่อยทราบเรื่องราวของลูกชายมากนัก เพราะไม่ค่อยออกไปที่ไร่หรือที่นากับลูกชายเลย จึงไม่ทราบว่าลูกชายไปมีปัญหาหรือทะเลาะกับใครบ้าง ทุกครั้งที่ถามลูกชายว่าจะไปไหน ลูกชายก็จะบอกว่าจะออกไปถางหญ้าที่นาของตัวเอง แต่วันนี้กลับมาพบศพลูกชายอยู่ที่นาของคนอื่น ซึ่งไม่ใช่ที่นาของครอบครัวเราเลย

อย่างไรก็ตาม หลานชายที่อยู่บ้านด้วยกันกับผู้เสียชีวิตได้ให้ข้อมูลสำคัญว่า เมื่อเช้าวันเกิดเหตุมีคนคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาตะโกนใส่หน้าบ้าน เสียงตะโกนนั้นฟังดูเหมือนเป็นการขู่คุกคามและอาฆาตเป็นอย่างมาก

พยานเด็กชายเปิดเผยคำขู่ก่อนเกิดเหตุ

เด็กชายเป๊ก (นามสมมติ) ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญมากว่า คนที่มาตะโกนใส่หน้าบ้านในเช้าวันเกิดเหตุคือนายคงเดช โดยนายคงเดชได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านขณะที่เด็กชายกำลังเดินเล่นอยู่ นายคงเดชได้พูดขู่คุกคามว่า “ว่าจะเอาให้มึงสมองไหลเลย” ซึ่งคำพูดนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะทำร้ายอย่างชัดเจน และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะพบศพของนายทอม

การดำเนินการของเจ้าหน้าที่และแนวทางการสืบสวน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียดรอบคอบ ทั้งการถ่ายภาพสถานที่เกิดเหตุจากทุกมุม การเก็บกระสุนและหาหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสอบปากคำพยานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เพื่อนำมาประกอบการสืบสวนสอบสวน

เจ้าหน้าที่ตำรวจมีแผนที่จะติดตามตัวนายคงเดชซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยรายสำคัญมาให้การอีกครั้ง เพื่อสอบสวนให้ชัดเจนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่ นอกจากนี้ยังจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในหมู่บ้าน เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมในทางคดี ตลอดจนตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของผู้ต้องสงสัย

สำหรับศพของผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลโนนสะอาด เพื่อทำการผ่าพิสูจน์หาตัวกระสุนที่ยังฝังอยู่ในร่างกาย และทำการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนทางนิติเวชศาสตร์อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงและรวบรวมหลักฐานทางคดีเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

การวิเคราะห์เหตุการณ์และสาเหตุที่คาดว่าเป็นไปได้

จากการรวบรวมพยานหลักฐานและคำให้การของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเกิดจากข้อขัดแย้งส่วนตัวระหว่างผู้เสียชีวิตกับนายคงเดชซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยหลัก โดยทั้งสองคนมีประวัติทะเลาะวิวาทกันมาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง และทั้งสองต่างก็มีพฤติกรรมเสพยาเสพติดซึ่งอาจทำให้อารมณ์และการตัดสินใจไม่ดีพอ

จากหลักฐานคำขู่คุกคามที่เกิดขึ้นในเช้าวันเกิดเหตุ รวมถึงการหลบหนีของนายคงเดชหลังเกิดเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่มีเหตุผลอย่างเพียงพอที่จะเชื่อว่านายคงเดชมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงเปิดกว้างในการสืบสวนว่าอาจจะมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

การที่พบร่องรอยการต่อสู้บริเวณที่เกิดเหตุ รวมถึงบาดแผลทั้งจากกระสุนปืนและของมีคม แสดงให้เห็นว่าก่อนเสียชีวิตผู้ตายได้พยายามต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเองอย่างสุดความสามารถ โดยมีเครื่องมือทำการเกษตรคือเคียวและมีดพร้าเป็นอาวุธในการป้องกันตัว แต่ก็ไม่สามารถต้านทานผู้ร้ายที่มีอาวุธปืนได้

ผลกระทบต่อชุมชนและบทเรียนจากเหตุการณ์

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตกใจและความกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการที่เหตุการณ์เกิดขึ้นกลางวันแสกๆ ในพื้นที่ทำการเกษตรที่คนมักจะออกมาทำงานกันเป็นประจำ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่ปลอดภัยและกังวลว่าอาจจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอีก

กรณีนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหายาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในหลายมิติ ทั้งการทำให้ผู้เสพมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการก่ออาชญากรรม การมีปัญหาสุขภาพจิตที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง และการสร้างความไม่สงบสุขในชุมชน

นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างของความสำคัญในการแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้านอย่างสันติวิธี หากทั้งสองฝ่ายหรือชุมชนสามารถเข้ามาไกล่เกลี่ยและแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ อาจจะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปสู่ความรุนแรงที่ร้ายแรงเช่นนี้ได้

สถานการณ์ปัจจุบันและการติดตามคดี

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงติดตามตัวนายคงเดชอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประสานงานกับหน่วยงานตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะบริเวณอำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คาดว่าผู้ต้องสงสัยอาจจะหลบหนีไปอยู่ การค้นหามีความยากลำบากเนื่องจากพื้นที่ภูเขามีความกว้างขวางและมีที่ซ่อนตัวได้มาก

เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกและหมายจับนายคงเดชแล้ว พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลและรูปถ่ายให้ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสหากพบเห็น การจับกุมตัวนายคงเดชมาสอบสวนจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีนี้ให้กระจ่าง และทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นได้

ครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่างต้องการความยุติธรรมและต้องการทราบความจริงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีรายละเอียดอย่างไร และใครคือผู้กระทำความผิดที่แท้จริง พวกเขาหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้โดยเร็ว

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับสังคมในหลายประเด็น ทั้งปัญหายาเสพติด การแก้ไขข้อขัดแย้งอย่างสันติวิธี และความสำคัญของการมีระบบช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตและยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินคดีนี้อย่างจริงจังและรวดเร็ว เพื่อให้ความยุติธรรมแก่ผู้เสียชีวิตและครอบครัว พร้อมทั้งจะนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็จะเป็นบทเรียนสำหรับคนในสังคมให้ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดและความสำคัญของการใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหาแทนการใช้ความรุนแรง