เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวจังหวัดนครราชสีมารายงานว่า จากกรณีที่เกิดเหตุลักทรัพย์ในเคหสถานช่วงเวลากลางคืนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีผู้เสียหายหลายรายได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งกล้องวงจรปิดของบ้านผู้เสียหายสามารถบันทึกภาพผู้ก่อเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุได้เข้ามางัดแงะประตูบ้านเพื่อเข้าไปค้นหาทรัพย์สินภายในบ้าน และที่น่าตกใจคือผู้ก่อเหตุได้ถอดเสื้อผ้าจนเปลือยกายล่อนจ้อนอย่างสิ้นเชิง ก่อนจะพยายามใช้ไม้ยาวคล้องเสื้อผ้าไปปิดบังกล้องวงจรปิด เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดผวาและความกังวลอย่างมากให้กับชาวบ้านในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง
การจับกุมผู้ต้องหาสำเร็จ
ในช่วงเย็นของวันที่ 7 ตุลาคม 2568 พันตำรวจโทอดิศักดิ์ ดวงกระโทก สารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรหนองบุญมาก อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่จากชุดสืบสวนเดินทางไปยังห้องสืบสวนสถานีตำรวจภูธรโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อขออายัดตัวนายเฉลียว ครามกระโทก อายุ 51 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลท่าลาดขาว อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยนายเฉลียวเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืน
ทางศาลได้ออกหมายจับตามคำร้องขอของสถานีตำรวจภูธรสีสุก อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา และสถานีตำรวจภูธรหนองบุญมาก ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2567 ในคดีลักทรัพย์ในเคหะสถานยามวิกาล หลังจากที่นายเฉลียวได้หลบหนีการจับกุมมาเป็นระยะเวลานานกว่า 1 ปี ก่อนจะกลับมาก่อเหตุลักทรัพย์ซ้ำอีกครั้งในพื้นที่อำเภอครบุรี เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา
รายละเอียดการก่อเหตุที่น่าตกใจ
จากการสอบสวน พบว่านายเฉลียวได้บุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายหลายราย โดยมีกรณีหนึ่งที่น่าตกใจเป็นพิเศษคือการที่นายเฉลียวได้บุกเข้าไปถึงห้องนอนของเด็กหญิงอายุ 11 ปี ที่บ้านหนองกราด ตำบลครบุรี อำเภอครบุรี นอกจากนี้ยังได้เดินเปลือยกายล่อนจ้อนพยายามงัดเข้าไปในบ้านอีก 3 หลัง และได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดไปประมาณ 500 บาท ในท้องที่ของสถานีตำรวจภูธรดอนแสนสุข
เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวอย่างมากให้กับชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กและสตรีอาศัยอยู่ด้วย หลายครอบครัวต้องเสริมความปลอดภัยให้กับบ้านเรือน เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม การติดตั้งระบบเตือนภัย และการจัดให้มีคนเฝ้ายามตลอดเวลา
การรับสารภาพของผู้ต้องหา
นายเฉลียวได้ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นบุคคลที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิดและเป็นผู้ก่อเหตุจริง ก่อนจะหลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตลอด กระทั่งถูกจับกุมได้ในขณะที่กำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่บริเวณริมคลองส่งน้ำ ท้ายหมู่บ้านหัวระนาม ตำบลท่าเยี่ยม อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม 2568
นอกเหนือจากหมายจับของสถานีตำรวจภูธรหนองบุญมากแล้ว นายเฉลียวยังมีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันในพื้นที่ตำบลสีสุก อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมาอีก 1 หมาย โดยนายเฉลียวได้รับสารภาพว่าได้ก่อเหตุงัดแงะบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่อำเภอครบุรี ได้แก่ บ้านในพื้นที่บ้านหนองเสือบอง ตำบลอรพิมพ์ ซึ่งอยู่ในท้องที่ของสถานีตำรวจภูธรครบุรี และในพื้นที่บ้านหนองกราด ตำบลครบุรี ท้องที่สถานีตำรวจภูธรดอนแสนสุข รวมทั้งสิ้น 4 หลัง
การประสานงานระหว่างหน่วยงาน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทั้ง 2 สถานีตำรวจได้เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาในเบื้องต้น ก่อนที่จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติม และอายัดตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป การจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นผลสำเร็จจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างสถานีตำรวจหลายแห่ง ได้แก่ สถานีตำรวจภูธรหนองบุญมาก สถานีตำรวจภูธรสีสุก สถานีตำรวจภูธรครบุรี สถานีตำรวจภูธรดอนแสนสุข และสถานีตำรวจภูธรโชคชัย
คำให้การของผู้ต้องหาเกี่ยวกับการหลบหนี
จากการสอบปากคำนายเฉลียว ผู้ต้องหาได้ให้การว่าตนเป็นผู้ที่อยู่ในหมายจับของสถานีตำรวจภูธรหนองบุญมากและสถานีตำรวจภูธรจักราช และได้ก่อเหตุลักทรัพย์จริงเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตลอด
นายเฉลียวอ้างว่าได้ร่อนเร่อาศัยอยู่ตามทุ่งนาของชาวบ้านไปทั่ว ไม่มีอาชีพที่แน่นอน และไม่ได้กลับไปอยู่บ้านตามภูมิลำเนาที่ตำบลท่าลาดขาว อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากญาติพี่น้องไม่มีใครยินดีให้ตนไปอยู่ด้วยเพราะกลัวว่าจะเกิดความเดือดร้อนตามมา แม้กระทั่งบ้านของตนเองก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้ได้ ทำได้เพียงแอบหลบเข้าไปเอาข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้ามาบ้างในบางวันที่มีโอกาสเท่านั้น
ด้วยสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่มีที่พึ่งพิงและไม่มีรายได้ นายเฉลียวจึงได้หันมาก่อเหตุงัดบ้านของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอครบุรีเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายและประทังชีวิต
คำชี้แจงเกี่ยวกับการบุกเข้าห้องเด็ก
สำหรับกรณีที่นายเฉลียวได้บุกเข้าไปในห้องของเด็กหญิงวัย 11 ปี ที่บ้านหนองกราด ตำบลครบุรี นั้น นายเฉลียวได้ให้การว่าตนเพียงแค่ต้องการเข้าไปรื้อค้นหาของมีค่าในบ้านเท่านั้น ปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาหรือความประสงค์ที่จะลงมือทำอนาจารหรือทำร้ายเด็กหญิงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ความจริงที่ชัดเจนในประเด็นนี้
เหตุผลที่แก้ผ้าล่อนจ้อน
สำหรับเหตุผลที่ทำให้นายเฉลียวต้องถอดเสื้อผ้าจนเปลือยกายล่อนจ้อนขณะเดินอยู่รอบบ้านของผู้เสียหายที่บ้านหนองกราดอีกหนึ่งราย นายเฉลียวได้ให้การชี้แจงว่า เนื่องจากในวันนั้นฝนตกหนัก ทำให้เสื้อผ้าของตนเปียกโชก และเมื่อสังเกตเห็นว่ามีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่รอบบ้าน ตนจึงกลัวว่าจะมีคนจำได้หากเห็นเสื้อผ้าของตน จึงตัดสินใจถอดเสื้อผ้าทั้งหมดใส่ถุง และพยายามหาเสื้อผ้าของเจ้าของบ้านที่ตากอยู่ด้านหลังบ้านมาใช้ปิดบังกล้องวงจรปิดไว้ก่อนจะหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ
คำอธิบายดังกล่าวแม้จะฟังดูแปลกประหลาด แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของผู้ต้องหาที่จะหลีกเลี่ยงการถูกระบุตัวจากกล้องวงจรปิด แม้ว่าวิธีการที่เลือกใช้จะดูไม่สมเหตุสมผลและกลับสร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านมากขึ้นก็ตาม
ผลกระทบต่อชุมชน
เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างผลกระทบอย่างมากต่อชุมชนในพื้นที่ ชาวบ้านหลายคนรู้สึกไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศัยในบ้านของตนเอง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน ครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นผู้หญิงและเด็กมีความกังวลเป็นพิเศษ หลายครอบครัวต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เช่น การล็อคประตูหน้าต่างให้แน่นหนามากขึ้น การไม่ออกนอกบ้านหลังค่ำคืน และการติดต่อประสานงานกับเพื่อนบ้านเพื่อช่วยกันเฝ้าระวังและแจ้งเตือนหากพบเห็นคนแปลกหน้าเดินไปมาในพื้นที่
นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้ชาวบ้านมีความตื่นตัวในการติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น กล้องวงจรปิด ไฟส่องสว่างรอบบ้าน สัญญาณเตือนภัย และกุญจีที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ชาวบ้านต้องรับภาระด้วย
บทบาทของกล้องวงจรปิด
กล้องวงจรปิดมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการจับกุมครั้งนี้ โดยภาพที่บันทึกได้จากกล้องวงจรปิดของบ้านผู้เสียหายได้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถระบุลักษณะและพฤติกรรมของผู้ต้องหาได้อย่างชัดเจน แม้ว่าผู้ต้องหาจะพยายามปิดบังกล้องในบางกรณี แต่ก็ยังมีภาพที่บันทึกได้ก่อนหน้านั้นเพียงพอต่อการนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในการสืบสวนสอบสวน
กรณีนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการติดตั้งกล้องวงจรปิดในบ้านเรือนและชุมชน ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องปรามอาชญากรรมแล้ว ยังสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการจับกุมผู้กระทำความผิดได้อีกด้วย
การดำเนินคดีต่อไป
ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานและประสานงานกับสถานีตำรวจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีกับนายเฉลียวในทุกคดีที่ได้ก่อเหตุไว้ โดยนายเฉลียวจะถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืน ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังกำลังสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีเหตุลักทรัพย์รายอื่นๆ ที่นายเฉลียวได้กระทำไว้หรือไม่ และจะดำเนินการขอหมายจับเพิ่มเติมหากพบว่ามีการก่อเหตุในกรณีอื่นๆ ด้วย ขณะเดียวกันก็จะสอบสวนเจาะลึกในประเด็นการบุกเข้าห้องของเด็กหญิงอายุ 11 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการกระทำอื่นใดที่เกินกว่าการลักทรัพย์
ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรม
ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอาชญากรรมให้ความเห็นว่า พฤติกรรมของผู้ต้องหาในกรณีนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามหลีกเลี่ยงการถูกจับ แต่วิธีการที่เลือกใช้กลับไม่สมเหตุสมผลและอาจสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะจิตใจที่ไม่ปกติหรือความเครียดที่สะสมมาเป็นเวลานาน การที่ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่มีที่พึ่งและถูกปฏิเสธจากญาติพี่น้องอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้เกิดพฤติกรรมอาชญากรรม
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าไม่ว่าจะมีเหตุผลหรือสถานการณ์อย่างไร การกระทำดังกล่าวก็ถือเป็นความผิดที่ต้องรับโทษตามกฎหมาย และผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง พร้อมทั้งแนะนำว่าควรมีการประเมินสภาพจิตใจของผู้ต้องหาเพื่อประกอบการพิจารณาคดีด้วย
มาตรการป้องกันอาชญากรรมในชุมชน
จากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้นำชุมชนได้ร่วมกันวางแผนมาตรการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ โดยเน้นย้ำให้ชาวบ้านมีความระมัดระวังและร่วมมือกันเฝ้าระวังความปลอดภัยในชุมชน มาตรการที่แนะนำประกอบด้วย
การเพิ่มความปลอดภัยในบ้านเรือน ชาวบ้านควรติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ เช่น กล้องวงจรปิด ไฟส่องสว่างที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และระบบล็อคประตูหน้าต่างที่มีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบบ้านเรือนให้มั่นใจว่าไม่มีจุดอ่อนที่ผู้บุกรุกสามารถเข้ามาได้ง่าย
การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังในชุมชน ชาวบ้านควรร่วมมือกันจัดตั้งกลุ่มเฝ้าระวังชุมชน โดยมีการแบ่งเวรยามสลับกันเฝ้าระวังในช่วงเวลากลางคืน และมีการติดต่อสื่อสารกันผ่านกลุ่มไลน์หรือช่องทางอื่นๆ เพื่อแจ้งเตือนหากพบเห็นคนแปลกหน้าหรือพฤติกรรมที่น่าสงสัย
การประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ชาวบ้านควรมีช่องทางติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ได้โดยตรงและรวดเร็ว เพื่อแจ้งเหตุเมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติ นอกจากนี้ยังควรมีการจัดประชุมร่วมกันระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นประจำเพื่อรับทราบสถานการณ์และแนวทางการป้องกันอาชญากรรมที่เหมาะสม
ข้อคิดสำหรับสังคม
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคมหลายประการ ทั้งปัญหาความยากจน การขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ และการขาดการดูแลจากครอบครัวและสังคม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้บุคคลบางคนหันไปก่ออาชญากรรม แม้ว่าจะไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำให้การกระทำผิดกฎหมายเป็นสิ่งที่ยอมรับได้
สังคมควรให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและทางเลือกให้กับผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งการมีระบบสวัสดิการสังคมที่เข้าถึงได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกหล่นทางสังคมให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี โดยไม่ต้องหันไปประกอบอาชญากรรม
ขณะเดียวกัน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและการจับกุมผู้กระทำผิดให้ได้รับโทษตามควรก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถคุ้มครองความปลอดภัยและทรัพย์สินของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจับกุมนายเฉลียวในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความมุ่งมั่นในการติดตามจับกุมผู้กระทำผิด แม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการติดตามและมีความยากลำบากเนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีและเปลี่ยนที่อยู่บ่อยครั้ง แต่ด้วยความร่วมมือจากชาวบ้านและการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ท้ายที่สุดก็สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้
สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ การจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ช่วยให้พวกเขารู้สึกโล่งใจและมีความมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น แม้ว่าจะยังคงต้องมีความระมัดระวังและเฝ้าระวังอยู่เสมอ แต่การที่ผู้กระทำผิดถูกจับกุมได้ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าระบบบังคับใช้กฎหมายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผู้กระทำผิดจะไม่สามารถหลบหนีจากกฎหมายได้ตลอดไป