ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยเติบโตแกว่งขาขึ้น “แมว” ครองใจผู้เลี้ยงรุ่นใหม่ สินค้าสุขภาพจิต-ยั่งยืนรับประโยชน์

ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตที่แกว่งขาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมี “แมว” เป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในหมู่ผู้เลี้ยงรุ่นใหม่ ขณะที่ธุรกิจสินค้าที่เน้นสุขภาพจิตและความยั่งยืนกำลังได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มนี้

งานวิจัยล่าสุดจากบริษัท Mintel ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงของคนไทย ทั้งในด้านความนิยมสัตว์เลี้ยงชนิดต่างๆ และค่านิยมในการดูแลที่เน้นเรื่องสุขภาพจิต ความยั่งยืน และการยืดอายุของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้กำลังมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค และผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง

แมวกำลังมาแรง ขณะที่เจ้าของให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตมากขึ้น

ข้อมูลสถิติจากการวิจัยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในวงการสัตว์เลี้ยงไทย โดยสัดส่วนเจ้าของสุนัขในไทยมีแนวโน้มลดลงจาก 68% เหลือ 62% ขณะที่การเลี้ยงแมวกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 60% เป็น 61%

ปรากฏการณ์นี้เปิดโอกาสทองให้แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มแมวที่เจ้าของให้ความสำคัญต่อสุขภาพจิตของสัตว์เลี้ยงถึง 68% ซึ่งสูงกว่าเจ้าของสุนัขที่อยู่ที่ระดับ 61% อย่างเห็นได้ชัด

ความสนใจในด้านสุขภาพจิตของสัตว์เลี้ยงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยเพียงประเทศเดียว แต่เป็นแนวโน้มที่กำลังขยายตัวทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดังจะเห็นได้จากการเปิดตัวอาหารแมวที่มีการกล่าวอ้างด้านการบำรุงสมองและระบบประสาทที่เพิ่มขึ้นจาก 8% เป็น 11% ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564

อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยยังมีผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ไม่มากนัก โดยเฉพาะในกลุ่มขนมและอาหารเปียก ซึ่ง Mintel มองว่าเป็น “ช่องว่าง” ที่ให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาสินค้าที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์และเสริมสุขภาพจิตของสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เจ้าของรุ่นใหม่เน้นการดูแลให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืน

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เจ้าของสัตว์เลี้ยงในไทยเริ่มให้ความสำคัญกับการยืดอายุและคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงตั้งแต่อายุยังน้อย โดยแต่ละช่วงวัยของเจ้าของมีพฤติกรรมการเลี้ยงที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

กลุ่ม Gen Z ที่มีอายุต่ำกว่า 28 ปี มักจะเลือกเลี้ยงสัตว์วัยเด็ก ขณะที่กลุ่ม Gen X ที่อายุระหว่าง 45-79 ปี มักเลี้ยงสัตว์สูงวัย และกลุ่ม Millennial ที่อายุระหว่าง 29-44 ปี จะเลี้ยงทั้งสัตว์วัยผู้ใหญ่และสูงวัย

ข้อมูลที่น่าสนใจคือ สุนัขในประเทศไทยมีสัดส่วนสัตว์สูงวัยมากที่สุดถึง 78% เมื่อเทียบกับแมวที่อยู่ที่ระดับ 60% สถิตินี้ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเฉพาะจุด เช่น การดูแลข้อต่อ ดวงตา สะโพก และสุขภาพช่องปาก มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคตอันใกล้

ผู้เชี่ยวชาญจาก Mintel ให้ความเห็นว่า “นี่คือโอกาสทองในการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยืดอายุและเพิ่มคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยง” โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการป้องกันและดูแลปัญหาสุขภาพเฉพาะทางที่มักพบในสัตว์สูงวัย

การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและความยั่งยืนกำลังมาแรง

รายงาน Global Consumer Report ประจำเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 ของ Mintel เผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทยกว่า 58% ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3-4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการดูแลสัตว์เลี้ยงของตน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการดูแลและความรักที่มีต่อสัตว์เลี้ยง

แม้ว่าอาหารแห้งบรรจุแพ็กจะยังคงเป็นที่นิยมสูงสุดในตลาด แต่ตลาดยังเปิดกว้างสำหรับสินค้าประเภทเสริมต่างๆ เช่น ท็อปเปอร์ หรืออาหารเสริม เพื่อบำรุงสุขภาพรอบด้านของสัตว์เลี้ยง ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การให้อาหารที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลด้านจิตใจ การออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพประจำ และการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคต่างๆ

ความยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ

ด้านความยั่งยืนเป็นอีกหนึ่งแนวโน้มที่น่าสนใจ โดยหนึ่งในสามของเจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวไทยตั้งใจให้อาหารสัตว์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แนวโน้มนี้สะท้อนจากค่านิยมการบริโภคของเจ้าของที่เริ่มใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และขยายมาสู่การเลือกสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงด้วย

ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ได้แก่ อาหารจากพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ หรือผลิตจากวัสดุธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตด้วยกระบวนการที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

แนวโน้มนี้คาดว่าจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในตลาดไทยในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมสูง และพร้อมจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับค่านิยมของตน

นวัตกรรมใหม่ในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง

การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคเหล่านี้กำลังผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง โดยผู้ผลิตเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะของแต่ละกลุ่มสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ

ในกลุ่มสินค้าที่เน้นสุขภาพจิต เราเริ่มเห็นการพัฒนาอาหารที่มีส่วนผสมของสมุนไพรหรือสารธรรมชาติที่ช่วยลดความเครียด เพิ่มความสงบ และปรับปรุงอารมณ์ของสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาของเล่นและอุปกรณ์ที่ช่วยกระตุ้นสมองและลดความเบื่อหน่าย

สำหรับกลุ่มสินค้าที่เน้นการยืดอายุ ผู้ผลิตเริ่มพัฒนาอาหารที่มีสูตรเฉพาะสำหรับแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่ลูกสัตว์ วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงสัตว์สูงวัย โดยมีการปรับสัดส่วนของสารอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายในแต่ละช่วงวัย

โอกาสและความท้าทายของตลาด

แม้ว่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยจะมีแนวโน้มเติบโตที่ดี แต่ก็ยังมีความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ หนึ่งในความท้าทายหลักคือการศึกษาและสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภคเกี่ยวกับประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะสินค้าที่เน้นสุขภาพจิตและความยั่งยืน

การแข่งขันในตลาดที่รุนแรงขึ้นเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย โดยผู้ผลิตต้องแสวงหาจุดแตกต่างและสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของตน นอกจากนี้ การควบคุมต้นทุนการผลิตขณะที่ต้องใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องพิจารณา

อย่างไรก็ตาม โอกาสในตลาดยังมีมาก โดยเฉพาะการขยายตัวของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงและพร้อมจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อสินค้าคุณภาพ การเติบโตของช่องทางการขายออนไลน์ก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์ได้

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

การเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงมีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยในหลายด้าน ทั้งการสร้างงาน การกระตุ้นการบริโภค และการส่งเสริมการลงทุนในภาคการผลิต นอกจากนี้ยังส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง เช่น โรงพยาบาลสัตว์ ร้านเพ็ทช็อป บริการดูแลสัตว์เลี้ยง และการผลิตอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงต่างๆ ก็ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของตลาดนี้เช่นกัน

การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและศักยภาพในการผลิตที่มีอยู่

แนวโน้มในอนาคต

มองไปสู่อนาคต ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปอย่างแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของจำนวนครอบครัวเดี่ยวและคู่รักที่ไม่มีบุตร การเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตในเมือง และการเพิ่มขึ้นของรายได้เฉลี่ยของประชากร

แนวโน้มการใช้เทคโนโลยีในการดูแลสัตว์เลี้ยงก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่น่าจับตามอง เช่น แอปพลิเคชันสำหรับติดตามสุขภาพสัตว์เลี้ยง อุปกรณ์สำหรับให้อาหารอัตโนมัติ และระบบการดูแลระยะไกล

การพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนจะยังคงเป็นแนวโน้มสำคัญ โดยเฉพาะการใช้วัตถุดิบจากแหล่งท้องถิ่น การลดการใช้พลาสติก และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้

ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและนวัตกรรม ผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวและตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคจะสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จในตลาดที่มีศักยภาพสูงนี้ได้