จับหนุ่มบาร์โฮสชาวเมียนมา ถือมีดไล่ฟันเพื่อนร่วมชาติบาดเจ็บสาหัส เหตุหึงหวงไปเที่ยวกับแฟนเก่า

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 ในช่วงเวลาประมาณ 01.45 น. หรือเวลาตี 2 ใก้เคียง หน่วยงานตำรวจได้รับแจ้งเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายผู้อื่น ณ บริเวณซอยลาดพร้าว 98 ซึ่งเป็นซอยที่มีผู้พักอาศัยหนาแน่น ทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวหลายสัญชาติ โดยเฉพาะแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้เสียหายในคดีครั้งนี้คือ นายเปา (ขอสงวนนามสกุลเพื่อความเป็นส่วนตัว) สัญชาติเมียนมา ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีคม โดยได้รับบาดแผลหลายแห่งบริเวณศีรษะและหลัง บาดแผลดังกล่าวมีความรุนแรงและเป็นอันตรายต่อชีวิต จำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน จากการสอบถามพยานผู้พบเห็นเหตุการณ์และผู้เสียหายเอง ทราบว่า ขณะเกิดเหตุนายเปากำลังเดินกลับบ้านพักเพียงลำพังคนเดียวภายในซอยลาดพร้าว 98 ซึ่งเป็นช่วงเวลาดึกและมีผู้คนสัญจรไปมาน้อย ทันใดนั้นก็มีชายคนหนึ่งที่ผู้เสียหายไม่ทันได้สังเกตอย่างละเอียด เดินเข้ามาทางด้านหลังอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะใช้อาวุธมีคมคล้ายมีดเชือดสัตว์หรือมีดพกพาขนาดใหญ่ฟันเข้าที่บริเวณศีรษะและหลังของผู้เสียหายอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง โดยไม่มีการพูดจาหรือเตือนใดๆ ก่อนลงมือ ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด นายเปาจึงวิ่งหนีออกจากจุดเกิดเหตุทันทีที่มีโอกาส แม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บและมีเลือดออกมากก็ตาม เขาวิ่งหนีเข้าไปในซอยลาดพร้าว 100 ซึ่งเป็นบริเวณที่พี่ชายของเขาพักอาศัยอยู่ เพื่อขอความช่วยเหลือ พี่ชายของผู้เสียหายที่ตกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว รีบนำตัวนายเปาส่งโรงพยาบาลราชวิถีโดยทันที เพื่อให้แพทย์และพยาบาลช่วยเหลือรักษาชีวิต ซึ่งในขณะนั้นผู้เสียหายอยู่ในสภาพสาหัส มีเลือดออกมาก และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว การติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างเข้มข้น หลังจากได้รับรายงานเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าว พลตำรวจโท กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจภูธรนครบาล … Read more

คนร้ายบุกลักพระเครื่องมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท จากบ้านอดีตทหารเรืออายุ 93 ปี ตำรวจเร่งล่าตัวจากภาพวงจรปิด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ที่บ้านเลขที่ในหมู่ที่ 2 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของ จ.อ.ประชุม บุญอินทร์ อายุ 93 ปี อดีตข้าราชการทหารเรือที่เกษียณอายุราชการมาแล้ว และปัจจุบันอาศัยอยู่คนเดียวในบ้านหลังดังกล่าว โดยมีการเก็บสะสมพระเครื่องล้ำค่าไว้เป็นจำนวนมาก ร.ต.อ.ฐานิต ที่ภักดี รองสารวัตรฝ่ายสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นผู้รับแจ้งเหตุและได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบทันที พร้อมทั้งบันทึกรายงานความเสียหายและเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการสืบสวนสอบสวนคดีต่อไป การให้การของผู้เสียหาย เผยเบาะแสสำคัญ จากการสอบถามผู้เสียหายอย่างละเอียด จ.อ.ประชุม ได้ให้การว่า ขณะที่เหตุการณ์เกิดขึ้นตนกำลังนั่งรับประทานอาหารมื้อเย็นอยู่ภายในบ้าน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างสงบเงียบในยามค่ำคืน ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในบริเวณบ้านและเริ่มพูดคุย โดยในตอนแรกผู้เสียหายเข้าใจว่าชายคนดังกล่าวน่าจะเป็นผู้ที่สนใจจะมาเช่าห้องพัก เนื่องจากบ้านของผู้เสียหายมีห้องว่างให้เช่าอยู่ อย่างไรก็ตาม หลังจากเริ่มสนทนากันได้ไม่นาน ชายคนดังกล่าวก็เปลี่ยนหัวข้อการสนทนา โดยบอกว่าตนสนใจพระเครื่องและต้องการมาเช่าพระเครื่องของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในหมู่บ้านว่า จ.อ.ประชุม เป็นผู้ที่มีการสะสมพระเครื่องล้ำค่าไว้เป็นจำนวนมาก และได้สะสมมาตั้งแต่ยังรับราชการอยู่ ผู้เสียหายซึ่งไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรขึ้น จึงไม่ได้มีการระมัดระวังตัวมากนัก และยังคงสนทนาต่อไปกับชายคนดังกล่าว แต่ระหว่างที่กำลังพูดคุยกัน ชายคนนั้นก็ได้อาศัยช่วงเวลาที่ผู้เสียหายเผลอ และเมื่อมีโอกาส ได้รีบคว้าเอาพระเครื่องสะสมที่วางอยู่ไม่ไกลไปหลายรายการ จากนั้นก็รีบวิ่งหนีออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้เสียหายที่เป็นคนชราอายุ … Read more

นักการเมืองท้องถิ่นหัวหิน บุกตบหน้าพ่อค้าศูนย์อาหารกลางคืน ถามว่า “มองหน้ากูทำไม” – ผู้การฯ ยืนยันไม่มีมวยล้ม ดำเนินคดีตามกฎหมายเท่าเทียม

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานถึงเหตุการณ์ที่กำลังสร้างกระแสในโลกออนไลน์ของชาวหัวหินอย่างรุนแรง จากการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดและคลิปที่บันทึกโดยผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งจับภาพได้อย่างชัดเจนถึงเหตุการณ์ที่นักการเมืองท้องถิ่นระดับตำบลและผู้ติดตาม บุกเข้าไปทำร้ายร่างกายพ่อค้าขายอาหารทะเลรายหนึ่ง กลางศูนย์อาหารที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในชุมชนบ่อนไก่ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณห้าทุ่มครึ่งของวันที่ 4 ตุลาคม และต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 5 ตุลาคม โดยมีประชาชนจำนวนมากที่กำลังมาใช้บริการในศูนย์อาหารเป็นสาระจักษุพยาน ซึ่งบรรยากาศที่เกิดขึ้นนั้นสร้างความตระหนกตกใจให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทุกคน ที่น่าสนใจคือ คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกนำขึ้นแชร์ในกลุ่มสาธารณะของชาวหัวหินหลายกลุ่ม แต่ไม่นานนักก็ถูกลบออกไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าผู้โพสต์จะพยายามนำกลับมาเผยแพร่อีกหลายครั้ง แต่ก็ถูกลบซ้ำอีกเรื่อยๆ สร้างความสงสัยและกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากชาวบ้านและผู้ที่ติดตามเรื่องราวว่า มีความพยายามที่จะ “ปิดข่าว” ไม่ให้เรื่องราวนี้แพร่สะพัดออกไป และมีความกังวลว่าผู้เสียหายอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรมตามที่ควรจะเป็น เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นบุคคลที่มีสถานะทางการเมืองในท้องถิ่น คำให้การของผู้เสียหาย: “ไม่รู้เลยว่าทำไมถึงโดนตบ” นายนรา (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นพ่อค้าขายอาหารในศูนย์อาหารแห่งดังกล่าว และเป็นผู้เสียหายในคดีนี้ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวอย่างละเอียดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ในคืนวันเกิดเหตุนั้น ตนกำลังเดินไปที่ร้านของน้องสาวซึ่งเปิดขายอาหารอยู่ในศูนย์อาหารเดียวกัน เพื่อทำการเคลียร์บัญชีเงินรายได้ประจำวัน ตามปกติของการทำงานในแต่ละวัน ระหว่างที่กำลังเดินไปยังร้านของน้องสาว นายนรา สังเกตเห็นว่ามีชายคนหนึ่งเดินตามตนมาจากด้านหลัง ซึ่งชายคนนี้เป็นบุคคลที่ตนรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในระดับตำบลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ และตนเองเคยให้การสนับสนุนช่วยหาเสียงให้กับบุคคลนี้มาก่อนในช่วงการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ตนไม่ได้คิดว่าจะมีปัญหาหรือข้อขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้น “ตอนนั้นผมเห็นพี่คนนี้เดินเข้ามา ผมก็ไม่ได้คิดอะไร … Read more

พายุถล่มนครพนม เรือไฟยักษ์สูงเท่าตึก 20 ชั้นล้มพังขวางถนน เจ้าหน้าที่เร่งเก็บกู้-ปิดการจราจรชั่วคราว

เหตุการณ์ที่สร้างความตกใจให้กับชาวเมืองนครพนมและนักท่องเที่ยวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 17.45 น. เมื่อพายุฝนกระหน่ำพร้อมลมกระโชกแรงพัดถล่มบริเวณริมแม่น้ำโขงในพื้นที่จังหวัดนครพนม ส่งผลให้เรือไฟยักษ์ที่มีขนาดสูงเท่าตึก 20 ชั้น ซึ่งจอดรออยู่บริเวณถนนสวรรค์ชายโขงหลังโรงแรมแม่โขงเฮอริเทจ พังครืนล้มลงมาทับถนนและขวางเส้นทางจราจรอย่างหนัก เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดในช่วงเทศกาลประเพณีออกพรรษาของจังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จังหวัดเตรียมจัดงานประเพณีไหลเรือไฟอันโด่งดังที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เรือไฟยักษ์ลำดังกล่าวเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของงาน แต่กลับกลายเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายและการหยุดชะงักของการจราจรในพื้นที่ สถานการณ์ขณะเกิดเหตุ ตามรายงานจากพยานเห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจสอบ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 10 ตุลาคม สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดนครพนมเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีเมขคลึ้มครึ้มปกคลุมท้องฟ้าบริเวณริมแม่น้ำโขง ก่อนที่จะมีฝนตกหนักลงมาพร้อมกับลมกระโชกแรงที่มีความรุนแรงมาก เรือไฟยักษ์ที่มีขนาดสูงเท่ากับตึก 20 ชั้น ซึ่งจอดรอการเคลื่อนย้ายอยู่บริเวณถนนสวรรค์ชายโขง หลังโรงแรมแม่โขงเฮอริเทจ ไม่สามารถต้านทานแรงลมที่มีความรุนแรงได้ ทำให้เรือไฟลำใหญ่พังครืนล้มลงมาทับถนนอย่างน่าตกใจ เศษชิ้นส่วนของเรือไฟกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ ขวางเส้นทางจราจรทั้งสองทิศทาง ทำให้การสัญจรไปมาติดขัดอย่างหนัก โชคดีที่ในขณะเกิดเหตุไม่มีผู้คนอยู่บริเวณใกล้เคียงเรือไฟมากนัก จึงไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามความเสียหายต่อทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานเป็นไปอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเรือไฟเองที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง การระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ในจังหวัดนครพนมได้เข้าดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือในการจัดการสถานการณ์ ภายใต้การอำนวยการของว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายโชคดี มังคละคีรี รองนายกเทศมนตรีเมืองนครพนม หน่วยงานที่เข้าร่วมในการดำเนินการเก็บกู้ครั้งนี้ ประกอบด้วย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม … Read more

วัยรุ่นสงขลาก่อเหตุรุนแรง! ซิ่งรถไล่ล่าอริ บุกฟันถึงในบ้าน ก่อนชักปืนยิงเด็กชายอายุ 13 ปี เจ็บสาหัส

เมื่อเวลา 23.20 น. ของวันที่ 9 ตุลาคม 2568 พันตำรวจเอก วีระศักดิ์ เดชประมวลพล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง ได้รับแจ้งเหตุการณ์ที่น่าตกใจจากพื้นที่บริเวณถนนข้ามรางรถไฟ ถนนกาญจนวานิช ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่ามีเด็กชายวัยรุ่นอายุ 13 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิด กระสุนปืนเข้าบริเวณกลางหลัง จนทำให้เด็กชายผู้นี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียเลือดจำนวนมาก หลังจากได้รับแจ้งเหตุ พันตำรวจเอก วีระศักดิ์ ได้สั่งการให้ พันตำรวจโท รุ่งฤทธิ์ สุดแป้น รองผู้กำกับการป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง พันตำรวจโท สัณห์พิชญ์ วรรณโร รองผู้กำกับการสืบสวนสถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง และชุดสืบสวนของสถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน สถานการณ์ ณ จุดเกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางถึงบริเวณตรงข้ามวัดเทพชุมนุม บริเวณถนนข้ามรางรถไฟ พบว่าญาติของผู้บาดเจ็บและเพื่อนของผู้บาดเจ็บกำลังยืนรออยู่ในอาการตื่นตระหนกและตกใจอย่างมาก ส่วนผู้บาดเจ็บซึ่งทราบชื่อว่า น้องรุจ อายุเพียง 13 ปี ญาติได้รีบนำตัวขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งให้กับเจ้าหน้าที่กู้ชีพบ้านพรุที่รอรับอยู่ เพื่อนำส่งไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย) เพื่อทำการรักษาต่ออย่างเร่งด่วนทันที สภาพของผู้บาดเจ็บขณะนั้นอยู่ในสภาวะวิกฤติ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกระสุนปืนที่เข้าถูกบริเวณกลางหลัง และมีการเสียเลือดจำนวนมาก ซึ่งต้องการการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อรักษาชีวิต … Read more

เหยื่อ “นุ่นหวยทิพย์” โกง 300 ล้าน แห่ร้อง ปปป.ตรวจสอบตำรวจไซเบอร์ ส่งฟ้องไม่ทัน เข้าข่ายผิด ม.157 หรือไม่

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 บรรยากาศที่ศูนย์รับแจ้งความตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เต็มไปด้วยความตึงเครียดและความหวัง เมื่อนางสาวนลิน โรจนวัทธิกร เจ้าของเพจห้วยแถลง ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวง นำขบวนผู้เสียหายจำนวน 13 คน เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือที่รู้จักกันในนาม “ตำรวจไซเบอร์” ว่ามีความผิดพลาดหรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ คดีฉ้อโกงหลายรูปแบบ มูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท คดีความที่ผู้เสียหายกลุ่มนี้ถูกหลอกลวงนั้นมีความซับซ้อนและหลากหลายรูปแบบ โดยมี “นุ่นหวยทิพย์” และกลุ่มพวกพ้องเป็นผู้ต้องหาหลัก กลุ่มผู้ต้องหาได้ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหายในหลายรูปแบบ ทั้งการเสนอขายโควต้าสลากทิพย์ที่มีแต่ในจินตนาการ การอ้างว่าสามารถหาสินค้าปลอดภาษีจากคิงส์พาวเวอร์ ซึ่งเป็นร้านค้าปลอดภาษีชื่อดังได้ การซื้อขายนาฬิกาแบรนด์เนมที่ไม่เคยมีตัวตนจริง การเสนอขายรถยนต์และอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเพียงภาพหลอก รวมถึงการรับฝากงานจัดหางานให้กับญาติพี่น้องของผู้เสียหาย มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของกลุ่มผู้ต้องหานั้นมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สูงมากและส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้เสียหายอย่างรุนแรง หลายคนต้องขายทรัพย์สิน กู้ยืมเงิน และตกอยู่ในสภาพหนี้สินล้นพ้นตัว ผู้เสียหายรายใหญ่เสียหาย 173 ล้านบาท สามารถฟ้องศาลได้ทันเวลา กรณีที่น่าสนใจและเป็นประเด็นสำคัญของคดีนี้คือ กรณีของผู้เสียหายรายหนึ่ง นางลักษณ์ อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกเงินไปมากที่สุดในจำนวนประมาณ … Read more

รวบผู้ต้องหาแก้ผ้าล่อนจ้อนคดีลักทรัพย์ได้แล้ว หลังสร้างความหวาดผวาชาวบ้านหลายอำเภอ

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวจังหวัดนครราชสีมารายงานว่า จากกรณีที่เกิดเหตุลักทรัพย์ในเคหสถานช่วงเวลากลางคืนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีผู้เสียหายหลายรายได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งกล้องวงจรปิดของบ้านผู้เสียหายสามารถบันทึกภาพผู้ก่อเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุได้เข้ามางัดแงะประตูบ้านเพื่อเข้าไปค้นหาทรัพย์สินภายในบ้าน และที่น่าตกใจคือผู้ก่อเหตุได้ถอดเสื้อผ้าจนเปลือยกายล่อนจ้อนอย่างสิ้นเชิง ก่อนจะพยายามใช้ไม้ยาวคล้องเสื้อผ้าไปปิดบังกล้องวงจรปิด เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดผวาและความกังวลอย่างมากให้กับชาวบ้านในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง การจับกุมผู้ต้องหาสำเร็จ ในช่วงเย็นของวันที่ 7 ตุลาคม 2568 พันตำรวจโทอดิศักดิ์ ดวงกระโทก สารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรหนองบุญมาก อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่จากชุดสืบสวนเดินทางไปยังห้องสืบสวนสถานีตำรวจภูธรโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อขออายัดตัวนายเฉลียว ครามกระโทก อายุ 51 ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลท่าลาดขาว อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยนายเฉลียวเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืน ทางศาลได้ออกหมายจับตามคำร้องขอของสถานีตำรวจภูธรสีสุก อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา และสถานีตำรวจภูธรหนองบุญมาก ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2567 ในคดีลักทรัพย์ในเคหะสถานยามวิกาล หลังจากที่นายเฉลียวได้หลบหนีการจับกุมมาเป็นระยะเวลานานกว่า 1 ปี ก่อนจะกลับมาก่อเหตุลักทรัพย์ซ้ำอีกครั้งในพื้นที่อำเภอครบุรี เมื่อวันที่ 26 … Read more

แท็กซี่เปลี่ยนช่องจราจรกะทันหัน พุ่งชนแบริเออร์พหลโยธิน คนขับเสียชีวิตคาที่

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 02.30 น. ของวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ขณะที่การจราจรบนถนนพหลโยธินเริ่มเบาบางลงในยามดึก พ.ต.ท.วิชญศักดิ์ กระแสธีป สารวัตรฝ่ายสอบสวนจากสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ได้รับแจ้งเหตุรถแท็กซี่เกิดอุบัติเหตุชนแบริเออร์คอนกรีตอย่างรุนแรง บริเวณปากซอยพหลโยธิน 20 ซึ่งเป็นจุดที่มีการจราจรหนาแน่นในช่วงเวลากลางวัน ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยทีมอาสาสมัครจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ความช่วยเหลือและตรวจสอบสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ บริเวณที่เกิดเหตุอยู่บนถนนพหลโยธิน ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่เชื่อมต่อหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร โดยจุดที่เกิดเหตุอยู่บนช่องจราจรที่แบ่งทิศทางมุ่งหน้าไปยังสะพานควายและตลาด อ.ต.ก. ในเขตจตุจักร ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น หน้ารถพังยับเยิน เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบว่ารถแท็กซี่ส่วนบุคคลสีเขียว-เหลือง ซึ่งเป็นสีประจำของรถแท็กซี่ในกรุงเทพมหานคร ทะเบียนจดทะเบียนในจังหวัดกรุงเทพมหานคร อยู่ในสภาพเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะส่วนหน้าของรถที่พังยับเยินจากการพุ่งชนเข้ากับแบริเออร์คอนกรีตที่ติดตั้งไว้เพื่อแบ่งช่องจราจรกลางถนน แรงกระแทกจากการชนครั้งนี้รุนแรงมาก ทำให้ส่วนหน้าของรถยุบเข้าไปอย่างสิ้นเชิง กระจกหน้ารถแตกกระจาย ชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์และตัวถังรถกระจัดกระจายอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ ความเสียหายที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของการชนครั้งนี้ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นขณะที่รถกำลังแล่นด้วยความเร็วสูง แบริเออร์คอนกรีตที่ถูกชนก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน มีรอยแตกและเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงแรงกระแทกที่มากพอที่จะทำให้โครงสร้างคอนกรีตหนักหลายร้อยกิโลกรัมขยับได้ บริเวณรอบๆ จุดเกิดเหตุมีเศษแก้ว ชิ้นส่วนพลาสติก และน้ำมันรั่วไหลจากรถกระจายอยู่ทั่ว สร้างความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุซ้ำหากมีรถคันอื่นแล่นผ่านมาโดยไม่ระมัดระวัง ผู้ขับขี่เสียชีวิตจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในรถแท็กซี่ พบร่างของผู้ขับขี่นั่งอยู่บนเบาะคนขับ แต่งกายด้วยเสื้อกีฬาสีน้ำเงินและกางเกงวอร์มขายาวสีดำ จากการตรวจสอบเบื้องต้น ร่างของผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากแรงกระแทกของการชน แพทย์และเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ตรวจสอบอาการและประกาศว่าผู้ขับขี่เสียชีวิตแล้วที่จุดเกิดเหตุ … Read more

ชายวัย 39 ปีถูกยิงเสียชีวิตกลางทุ่งนา คาดเกิดจากข้อขัดแย้งกับเพื่อนบ้านสะสมมายาวนาน

เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ศูนย์วิทยุ 191 สังกัดสำนักงานตำรวจจังหวัดอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุการณ์ที่น่าตกใจจากพื้นที่อำเภอโนนสะอาด โดยมีรายงานว่าพบศพชายคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนา สถานที่เกิดเหตุตั้งอยู่ที่บริเวณทุ่งนาทางทิศเหนือของบ้านโนนคำเจริญ หมู่ที่ 4 ตำบลหนองกุงศรี อำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ พันตำรวจเอก ศิริชัย กุลวิทิต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอโนนสะอาด ได้สั่งการให้ ร้อยตำรวจเอก พิพัฒน์ วันภักดี รองสารวัตรฝ่ายสอบสวนของสภ.โนนสะอาด พร้อมด้วยทีมงานตำรวจชุดสืบสวนจากหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย ตำรวจชุดสืบสวนภาค 4, ตำรวจสืบสวนจังหวัดอุดรธานี, เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน, แพทย์เวรจากโรงพยาบาลโนนสะอาด และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยตำรวจทางหลวงอำเภอโนนสะอาด รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อทำการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว สภาพที่เกิดเหตุและสภาพศพผู้เสียชีวิต บริเวณที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ทุ่งนาที่ตั้งอยู่ห่างจากถนนหลักเข้าไปประมาณ 100 เมตร โดยมีเถียงนา (กระท่อมเล็กๆ สำหรับพักผ่อนและเก็บเครื่องมือเกษตร) ตั้งอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ ศพของผู้เสียชีวิตถูกพบนอนอยู่ห่างจากเถียงนาไปทางด้านหลังประมาณ 3 เมตร บริเวณริมบ่อน้ำที่อยู่ด้านหลังเถียงนา ผู้เสียชีวิตได้รับการระบุตัวตนว่าเป็นนายธวัชชัย (สงวนนามสกุลเพื่อความเป็นส่วนตัว) หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อเล่นว่า “ทอม” อายุ 39 … Read more

สลดใจ! พ.ต.ท.รองผกก.สภ.เมืองพะเยา เสียชีวิตขณะกระโดดลงช่วยสุนัขคู่ใจพลัดตกฝายแม่น้ำอิง จมน้ำดับทั้งคู่

เหตุการณ์สลดใจเกิดขึ้นเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2568 บริเวณฝายกั้นน้ำแม่น้ำอิง หมู่ 10 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เมื่อ พันตำรวจโท วีระพล สำราญใจ รองผู้กำกับการสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพะเยา ได้เสียชีวิตจากการจมน้ำ หลังจากกระโดดลงไปช่วยเหลือสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ตัวโปรดของตนเองที่พลัดตกลงไปในแม่น้ำอิง ขณะที่ทั้งคู่กำลังออกกำลังกายตามปกติประจำวัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนในพื้นที่จังหวัดพะเยาเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการสูญเสียข้าราชการตำรวจผู้มีคุณธรรม จิตใจดี และรักสัตว์เลี้ยงของตนเองอย่างแท้จริง จนยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือสุนัขคู่ใจ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าสถานการณ์อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการสอบถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์และผู้ที่รู้จัก พ.ต.ท.วีระพล พบว่า เขาเป็นผู้ที่รักการออกกำลังกายและใส่ใจในสุขภาพเป็นอย่างมาก โดยมีกิจวัตรประจำวันคือการมาเดินและวิ่งออกกำลังกายบริเวณถนนริมแม่น้ำอิงเป็นประจำทุกช่วงเย็น พร้อมกับสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ตัวโปรดที่เขาเลี้ยงไว้และมีความผูกพันอย่างลึกซึ้ง ทั้งคู่มักจะออกมาวิ่งเล่นและออกกำลังกายด้วยกันเป็นประจำ จนกลายเป็นภาพที่ผู้คนในพื้นที่คุ้นเคยดี ในวันเกิดเหตุ พ.ต.ท.วีระพลได้พาสุนัขโกลเด้นตัวโปรดออกมาออกกำลังกายตามปกติ ทั้งคู่เดินและวิ่งเล่นไปตามถนนริมแม่น้ำอิงอย่างสนุกสนาน อากาศในยามเย็นก็สดชื่น บรรยากาศเหมาะแก่การพักผ่อนและออกกำลังกาย แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อสุนัขโกลเด้นตัวนั้นวิ่งเล่นไปจนเผลอพลาดพลั้งตกลงไปในแม่น้ำอิงบริเวณใกล้กับฝายกั้นน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่มีน้ำไหลเชี่ยวแรงและลึกพอสมควร เมื่อเห็นสุนัขคู่ใจตกน้ำและกำลังดิ้นรนอยู่ในสายน้ำ พ.ต.ท.วีระพลซึ่งขณะนั้นสวมชุดออกกำลังกายประกอบด้วยเสื้อยืดและกางเกงกีฬา ไม่ได้ลังเลใจแม้แต่น้อย เขาตัดสินใจกระโดดลงไปในน้ำทันทีเพื่อช่วยเหลือสุนัขของตน โดยไม่มีเวลาคิดถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ความรักและความห่วงใยที่มีต่อสัตว์เลี้ยงทำให้เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็วโดยใช้สัญชาตญาณเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม สภาพน้ำในบริเวณนั้นมีกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวและแรงมาก โดยเฉพาะบริเวณใกล้กับฝายกั้นน้ำซึ่งมีระดับน้ำค่อนข้างลึกและมีกระแสน้ำวนอยู่ ทำให้การว่ายน้ำในบริเวณนั้นเป็นไปได้ยากและอันตรายมาก … Read more