อินเดียกับการค้นหาเส้นทางใหม่ท่ามกลางระเบียบโลกที่กำลังพลิกผัน

ในวันที่อินเดียเฉลิมฉลองครบรอบ 76 ปีแห่งการเป็นสาธารณรัฐ เราได้เห็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประเทศมหาอำนาจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถาปนิกหลักในการสร้างระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง กลับกลายเป็นผู้ท้าทายระบบที่ตนเองช่วยสร้างขึ้น ในขณะที่สหภาพยุโรปกำลังเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีครั้งสำคัญกับอินเดีย ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ คำถามที่สำคัญคือ อินเดียจะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไรในโลกที่กฎเกณฑ์เดิมๆ เริ่มสั่นคลอน ระเบียบโลกใหม่ที่ท้าทายทุกกฎเดิม การเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนน่าตกใจ สหรัฐอเมริกา ประเทศที่เคยนำโลกในการสร้างระบบการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่อิงกฎเกณฑ์ กลับกลายเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดต่อระบบเดียวกันนั้น นโยบายและการกระทำของสหรัฐฯ ได้ท้าทายหลักการพื้นฐานที่ตนเองช่วยสร้างขึ้นมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สำหรับอินเดีย สถานการณ์นี้คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญยิ่ง ประเทศที่มีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคนและเป็นระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก กำลังต้องตัดสินใจว่าจะยืนอยู่ตรงไหนในสนามรบทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศที่กำลังเกิดขึ้น การที่อินเดียและสหภาพยุโรปเตรียมลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีครั้งสำคัญหลังวันสาธารณรัฐ ไม่ใช่แค่เรื่องของการค้าธรรมดา แต่เป็นการแสดงจุดยืนทางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน อินเดียมีความสนใจอย่างลึกซึ้งในการปกป้องระเบียบโลกที่อิงกฎเกณฑ์ เพราะเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากระบบดังกล่าว การเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา การยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนหลายร้อยล้านคน และการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและธุรกิจนวัตกรรมเกิดใหม่ของโลก ล้วนเกิดขึ้นภายใต้ระบบการค้าเสรีและความร่วมมือระหว่างประเทศที่เปิดกว้าง ข้อตกลงกับสหภาพยุโรป สัญญาณแห่งทางเลือกใหม่ ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอินเดียกับสหภาพยุโรปที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้มีนัยสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด มันคือการสร้างพันธมิตรระหว่างประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดของโลก (อินเดีย) กับกลุ่มเศรษฐกิจที่มั่งคั่งและก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่ง (สหภาพยุโรป) ในช่วงเวลาที่โลกกำลังแบ่งขั้วและมีแนวโน้มที่จะเลือกข้าง สำหรับนักลงทุนและนักธุรกิจไทยที่มองหาโอกาสในตลาดโลก ความเคลื่อนไหวนี้ควรเป็นสัญญาณที่น่าจับตามอง อินเดียกำลังวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างตะวันออกกับตะวันตก เป็นทางเลือกสำหรับห่วงโซ่อุปทานโลกที่ต้องการลดการพึ่งพาแหล่งเดียว และเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดมหึมาที่กำลังเติบโต ความท้าทายที่รออินเดียอยู่ข้างหน้า แม้อินเดียจะมีข้อได้เปรียบหลายประการ แต่ก็มีความท้าทายที่ไม่ใช่เรื่องง่าย นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ค คาร์นีย์ ได้กล่าวในเวทีเศรษฐกิจโลกที่ดาวอสเมื่อไม่นานมานี้ว่า … Read more

ญี่ปุ่นลงทุนอินเดีย: เมื่อยักษ์ใหญ่อสังหาฯ Hulic เล็งเห็นโอกาสทองในดินแดนพันล้านประชากร

เมื่ออินเดียกำลังกลายเป็นหนึ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมที่ร้อนแรงที่สุดในโลก บริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นอย่าง Hulic ก็ตัดสินใจก้าวเข้ามาสร้างฐานทัพในตลาดมหึมาแห่งนี้ ผ่านการร่วมทุนกับ Logicap ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ท้องถิ่น การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การลงทุนธรรมดา แต่เป็นสัญญาณสำคัญที่บอกว่าเงินทุนญี่ปุ่นกำลังจับตาดูศักยภาพของอินเดียอย่างจริงจัง และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ทำไมอินเดียจึงกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงินทุนระหว่างประเทศ หากย้อนกลับไปเมื่อสิบปีที่แล้ว คนส่วนใหญ่อาจมองอินเดียเป็นเพียงดินแดนแห่งวัดวาอาราม โคศักดิ์สิทธิ์ และความวุ่นวายของเมืองใหญ่ที่แออัดยัดเยียด แต่ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว วันนี้ อินเดียคือประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา ด้วยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงถึงร้อยละ 6-7 ต่อปี ประกอบกับประชากรวัยหนุ่มสาวกว่า 1.4 พันล้านคนที่พร้อมจะกลายเป็นกำลังซื้อมหาศาล ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อินเดียกลายเป็นจุดหมายปลายทางของเงินทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น มีหลายประการ ประการแรกคือนโยบายการปฏิรูปเศรษฐกิจภายใต้แผน “Make in India” และ “Atmanirbhar Bharat” (อินเดียพึ่งพาตนเองได้) ที่ส่งเสริมให้ทั้งบริษัทท้องถิ่นและต่างชาติเข้ามาสร้างฐานการผลิตในประเทศ นโยบายเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญเปล่าๆ แต่มาพร้อมกับมาตรการจูงใจทางภาษี การอำนวยความสะดวกในการขอใบอนุญาต และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคอย่างจริงจัง ประการที่สองคือการเติบโตอย่างรวดเร็วของภาคอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ ตลาดค้าปลีกออนไลน์ของอินเดียคาดว่าจะมีมูลค่าเกิน 350 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 ซึ่งหมายความว่าความต้องการคลังสินค้าสมัยใหม่ ศูนย์กระจายสินค้า และโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล นี่คือโอกาสทองสำหรับผู้ลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรม ประการที่สามคือการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน (China Plus One Strategy) หลายบริษัทข้ามชาติกำลังมองหาทางเลือกใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยง … Read more